สวัสดีครับ
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณพี่หาวที่ได้แนะนำเทคนิคในการถ่ายไลฟ์ตามแบบฉบับของลุงสตีฟ ...
สำหรับการบ้านที่ให้ส่ง ... ผมตั้งโจทย์ไว้ว่าอยากถ่ายเกี่ยวกับเด็กที่เล่นมวยไทย ซึ่งพอเคยผ่านตามาว่ามีค่ายมวยอยู่แถวอุรุพงษ์ ที่มีเด็กมาซ้อมมวย
โชคร้ายที่อากาศไม่เป็นใจ ผมมีโอกาสไปสองวัน ฟ้าฝนตกทั้งสองวัน ...
ส่วนรูปที่นำเสนอ ... นอกจากเทคนิคที่เรียนมา ... ผมลองทำให้สีดูจืด ๆ เก่า ๆ เพื่อมันจะเข้ากับแนวไลฟ์บ้าง ... แหะ ๆ
1.
story : นำเสนอถึงรูปแบบค่ายมวยที่อยู่ใต้ทางด่วน ซึ่งบอกเล่าเรื่องตามโจทย์ใหญ่
color : กำหนดให้โทนเทา ๆ 
background : เผื่อทางซ้ายมือให้เห็นว่าเป็นที่จอดรถไม่ใช่ค่ายมวยในอาคารปิด และอยู่ใต้ทางด่วน
design & composition : ใช้เงาสะท้อนจากกระจกรถ ซึ่งมีทริคเพิ่มโดยใช้สติ๊กเกอร์คำว่า CARRYBOY ช่วยนำสายตา ใช้ช่องกระจกแบ่งสองส่วนระหว่าง
เวทีมวยกับลานซ้อม

ข้อเสีย แสงไม่ดี รูปเงาสะท้อนกระจกไม่ชัดเจน
"หมัดล่ะเขามีไว้ต่อย
และตีนไว้เตะ เอาไว้ถีบตามตัว
ศอกล่ะเขามีไว้ศอก
และมีหัวเข่าไว้เข่าลำตัว "

เพลงมวยไทยของวงสามโทนลอยเข้ามาในหัวของผมพร้อม ๆ กับชื่อค่าย "ส.พูนสวัสดิ์" ค่ายมวยข้างทาง
ที่ตั้งอยู่ใต้ทางด่วนบริเวณลานกีฬาอุรุพงษ์ ค่ายมวยที่เกิดมาจากความอยากให้เด็กในชุมชนหันมาใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดีกว่าเอาเวลาไปเที่ยวเตร่ หรือติดยา
2.
story : นำเสนอถึงเด็กที่มาซ้อมมวยในค่าย ตามที่ตั้งไว้ในโจทย์ใหญ่
shapeform : รอจังหวะเข่าพร้อมกันทั้งคู่ให้เป็นฟร์อมเดียวกัน
light :แสงเข้าด้านขวาของรูป พอมีให้เห็นบ้างแต่ไม่ชัดเจน
composition : .ให้ช่องกลางระหว่างคู่ซ้อมมวยบนเวที รอให้มีเด็ก(นักมวย) เดินมาในฉาก จริง ๆอยากให้จังหวะเด็กมองเพื่อนซ้อมและท่าทางดีกว่านี้
ข้อเสีย : แสงยังไม่สวย จังหวะเด็กที่เดินมาไม่ลงตัว ตรงกระสอบทรายด้านหลังน่าจะมีเด็กซ้อมเข่ากับกระสอบทรายอยู่
คุณพิสูจน์ พูนสวัสดิ์ เจ้าของค่ายมวยซึ่งใช้นามสกุลตัวเองมาตั้งเป็นชื่อค่ายนั้นเล่าให้ฟังว่า
นักมวยในค่ายมีตั้งแต่รุ่นเด็ก สิบขวบยันยี่สิบต้น ๆ ส่วนที่สร้างชื่อก็มักจะเป็นรุ่นเด็ก ๆ
ซึ่งเด็กที่มาฝึกก็เป็นเด็กในแถวละแวกชุมชนคลองส้มป่อยนี่เอง
บ้างก็มาเอง บ้างพ่อแม่ก็พามาฝาก
3.
story : นำเสนอถึงเด็กที่มาซ้อมมวยในค่าย ตามโจทย์ใหญ่
shapeform : รอจังหวะให้นักมวยยกกร์าดขึ้นสองข้าง ให้เป็นฟร์อมเดียวกันกับทางด่วนด้านหลัง
Background : ยังคงให้เห็นทางด่วนเพื่อบอกว่าค่ายอยู่ใต้ทางด่วน และให้เห็นเทรนเนอร์ข้างหลังเพื่อบอกว่าเด็กซ้อมโดยมีเทรนเนอร์ดูคุมอยู่ด้วย
light : อันนี้ฟลุ๊ค ... ไม่ได้ตั้งใจ พอนักมวยยกกร์าด ทำให้เกินแสงเงาตรงอก ซึ่งมีฟร์อมเป็นสามเหลี่ยมคล้ายโครงหน้าของนักมวย
ข้อเสีย : วางcompositionขาดไป น่าจะขยับมาทางขวาอีกหน่อยให้ตัวนักมวยอยู่ตรงกลางระหว่างทางด่วน+ ไม่ได้คลาดการณ์แสงล่วงหน้า ...
" ค่ายนี้ซ้อมทุกวันยกเว้นวันอาทิตย์ วันธรรมดาหลังเลิกเรียนเด็กก็จะมาซ้อมกัน
ที่ต้องซ้อมหนักขนาดนี้เพราะเพื่อดัดกระดูกเด็กให้มันแข็ง มัน แกร่ง เวลาไปชกมันจะได้ไม่เจ็บ " คุณพิสุจน์กล่าว

.... อย่างนี้นี่เอง ที่เขาว่า ซ้อมน้อยเจ็บมาก ซ้อมมากเจ็บน้อย ....
4.
story : นำเสนอถึงนวมที่ใช้ในการซ้อมมวยในค่าย
design & composition : รอจังหวะแบคกร์าวให้นักมวยขึ้นซ้อมพร้อมกัน โดยให้แต่ละคู่กระจายให้เห็นจำนวนคนชัดเจนไม่เกาะกลุ่ม
ใช้นวมเป็นเป็นจุดสนใจให้เห็นนวมสี่ข้างเหมือนกับนักมวยสี่คนบนเวที
ข้อเสีย : น่าจะจับนวมวางใหม่ให้ดี
สำหรับกีฬาที่ต้องใช้พละกำลัง และความแข็งแกร่งของร่างกายเป็นหลัก การฝึกซ้อมนั้นจำเป็นมาก ผมสังเกตุเห็น นักมวยหลายคน
ตั้งหน้าฝึกซ้อมอย่างมีวินัย และ จริงจัง ... ซึ่งดูแล้วต่างกับเด็กทั่วไปที่เลิกเรียนแล้วคงมาวิ่งเล่น
5.
Story : นำเสนอถึงการซ้อมมวยในค่าย               
design : ใช้เงาสะท้อนน้ำแสดงการซ้อมของนักมวย รวมทั้งสื่อให้เห็นถึงการซ้อมที่หนัก               
composition : จัดให้เห็นขาไว้ ส่วนเงาให้เห็นเต็มตัว เพื่อสื่อถึงเงาสะท้อนได้ดีขึ้น + เพื่อเงาเทรนเนอร์ไว้ด้านขวาด้วย                
background : ถ่ายมาสามสี่รูปเลือกรูปนี้ เพราะมีแบคกร์าวเป็นเพื่อนคอยดูเวลาซ้อมด้วย                       
 ข้อเสีย : น้ำที่นองบนเวที ไม่ได้บอกว่าเกิดจากน้ำที่ดื่มเวลาเหนื่อยจากการซ้อม หรือ อาจเป็นน้ำฝนก็ได้
ไม่แน่ใจว่าถ้าให้เห็นขวดน้ำ ถังน้ำด้วย จะดีกว่ามั้ย
ซ้อมกันตั้งแต่บ่ายสามยันหกโมงเย็น ซ้อมเสร็จเหนื่อยเหงื่อไหลใครย้อย ไม่ต้องเอาเวลาไปเที่ยวเตร่หรือทำอะไรที่ไม่ดี
6.
story : นำเสนอถึงเด็กที่มาซ้อมมวยในค่าย
light : รูปนี้เป็นรูปที่ตั้งใจกำหนดเรื่องแสงที่สุดในชุด รอจังหวะให้นักมวยหันเฉียงข้างแล้วถ่าย เพื่อให้มีแสงเงา
background : เก็บฉากหลังให้เห็นถึงการซ้อมมวยในค่าย
color : สังเกตุเห็นพรมสีฟ้า ป้ายสีฟ้า กางเกงสีฟ้า เลยบีบกรอบรูปให้เป็นสีฟ้า แล้วตัดด้วยสีเหลืองของลำตัวนักมวย
ข้อเสีย สีฟ้ายังคุมทั้งรูปได้ไม่ดี
ในหัวผมคิดว่าตอนสิบขวบผมทำอะไรอยู่นะ ... ชกมวยมันเจ็บจะตาย แล้วทำไมเด็กพวกนี้ถึงอยากจะชกอีกล่ะ
นั้นสินะ ... ผมเลยหันไปถามหนุ่มน้อยที่กำลังขมักขเม่นกับการซ้อม
7.
story : นำเสนอถึงการซ้อมมวยในค่าย 
light : ใช้แสงที่ส่องเป็นเงามาเป็นเส้นน้ำสายตาไปหานักมวย
shapeform : รูปในหนังสือพิมพ์เป็นรูปตอนเตะ ซึ่งเป็นฟร์อมเดียวกับนักมวยที่ซ้อมอยู่
ข้อเสีย : นักมวยอีกคู่น่าจะเตะเหมือนกัน ภาพน่าจะดูดีขึ้น , การจัด composition นักมวยคู่ขวาน่าจะลื่นลงต่ำอีกเพื่อจะได้อยู่ในระยะของการดูรูป
หนุ่มน้อยตอบ " ก็เจ็บนะ แต่ผมชอบมวยอ่ะ ผมอยากเก่ง อยากไปต่อยเวทีใหญ่ ๆ อย่างพวกพี่ ๆ "
ผมนิ่งฟังคำตอบที่ทำให้ต้องยิ้มให้ ...
8.
story : นำเสนอถึงเวทีมวยใหญ่ ๆ ที่เด็กได้พูดถึง เพื่อเป็นรูปจบสำหรับการเล่าเรื่องตามโจทย์ที่ตั้งไว้
shapeform : ใช้ฉากมืดของตอนกลางคืนเป็นกรอบรอมเวทีใว้
background : ตั้งใจเก็บให้เห็นฉากคำว่ามวยไทย เพื่อให้รู้ว่าเป็นเวทีมวยไทย ไม่ใช่มวยสากล
design & composition : รอจังหวะชูธงเพราะคิดว่าเวลาชูธงแล้วดูอลังการณ์ดี
อืน ๆ : หลังจากที่ถ่ายที่อุรุพงษ์แล้วยังรู้สึกว่ารูปมันไม่จบ วันหลังเปิดทีวีเห็นว่ามีการต่อยมวยที่สนามหลวง นั่งรถไปตอนเที่ยงคืนเพื่อรูปการชกจริงบนเวที
ข้อเสีย : น่าจะมีนักมวยบนเวทีจะได้สื่อได้ชัดเจนขึ้น
ดูเหมือนว่าจุดประสงค์หลักที่จะให้เด็กหันมาเล่นกีฬานั้น ได้ประสบผลสำเร็จอย่างไม่มีข้อกังขา ...

ส่วนการได้แชมป์เวทีใหญ่ ๆ
คงเป็นผลพลอยได้ที่ตามมาจากความพยายามของเขาเหล่านั้น ... ผู้ที่ได้ช่วยสืบสานให้มวยไทยอยู่คู่กับคนไทย
9.
ข้อเสียโดยรวม รู้สึกว่าแสงในแต่ละรูปยังไม่สวย การจัดคอมโพยังหลวม ๆ เป็นเพราะรู้สึกเกร็ง ด้วยไม่ถนัดถ่ายไลฟ์ และ ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร
คงต้องฝึกฝนเพิ่ม ต่อยอดจากแนวคิดที่ได้เรียนมา


ขอบคุณครับ ~

ratta 16.08.09 : 02:13

10.

Wang_Suk 16.08.09 : 14:39

11.
เจ๋งอ่ะครับ

หมาแพนดี้ 16.08.09 : 16:19

12.
ผมว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีเลยนะครับ
ผมยังกล้าขนาดนี้เลย
ชอบครับ

xeno 17.08.09 : 00:07

13.
ชอบครับ ภาพ 4 กับ 5 ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งกับสิ่งที่ถ่ายในวันนั้น

เดี่ยว 17.08.09 : 09:32

14.

tonapple 17.08.09 : 09:49

15.

KAO-KAO 17.08.09 : 10:39

16.
Wang_Suk :
หมาแพนดี้ : ขอบคุณครับ
xeno : รวบรวมความกล้าสักพักครับ เดินเข้าไปขอถ่ายรูป แต่กว่าจะถ่ายจริงนั่งคุยไปเกือบชั่วโมง
เดี่ยว : ขอบคุณครับ
tonapple :
KAO-KAO:

ratta 17.08.09 : 13:00

17.
ชอบงานแบบนี้มากๆครับ แนวลุงสตีฟนี่ดูเป็นธรรมชาติดีนะครับ

jokesiamrustic 17.08.09 : 14:21

18.
สื่ออารมณ์ได้ต่อเนื่องดีจังเลยครับ

แต่ละภาพเจ๋งดีครับผม ขอ confirm
ขอให้โชคดีกับการประกวดนะครับ

DSLR-Youngster 17.08.09 : 15:15

19.
ชักจะตื่นเต้นขึ้นเรื่อย ๆ
(ว่าตัวเองจะทำรูปทันส่งพรุ่งนี้มั้ย ฮาา ..)

sunnymorning 17.08.09 : 15:50

20.

ต๋วย 17.08.09 : 17:47

21.
สวยครับ

daungzzz@hotmail.com 17.08.09 : 22:50

22.
มาให้กำลังใจครับ

znowblackz 17.08.09 : 22:55

23.
คำแนะนำและติชม

=============================

ขอปรบมือให้กับความพยายามในการหาเรื่องราวมานำเสนอ
ซึ่งแบบนี้แหละครับที่เป็นเรื่องที่ดี
ไม่ถ่ายรูปสะเปะสะปะไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะกับภาพแนวนี้
ที่ต้องมีแก่นของเรื่องดำเนินเป็นเส้นหลัก

และต้องขอชมอีกเรื่องคือ Ratta นำเสนอเรื่องราวได้อยู่กับร่องกับรอย
ตั้งแต่ต้นจนจบในหัวข้อที่ต้องการนำเสนอ
ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องการเป็นอย่างมากในการถ่ายภาพมาประกอบเรื่อง
มีภาพจำนวนมากที่สวยมาก ๆ ในระหว่างการทำงาน
แต่เมื่อมันเล่าเรื่องอะไรไม่ได้ ภาพเหล่านั้นมันก็จะไม่ถูกเลือกขึ้นมา

ในตอนจบของ ratta ก็ทำได้ดี เพราะว่าตามไปถ่ายจนถึงขอบเวทีการแข่งขัน
มีต้นเรื่อง ที่มาที่ไป และสุดท้ายจบที่เวที
ในหัวข้อ Story นี้พี่หาวว่า Ratta สื่อได้ชัดเจนมาก ๆ ขอปรบมือให้ครับ

ส่วนเรื่องการนำเสนอในแต่ละภาพ
จริง ๆ แล้ว Ratta คุม Theme ได้ดี ตามหัวข้อเรื่อง
แต่เรื่องการวางองค์ประกอบ และลูกเล่นในการนำเสนอยังสามารถปรับปรุงได้อีกมาก

ถ้าจะเปรียบเป็นนักมวย Ratta เป็นประเภทนักมวยที่มีลำหักลำโค่นดี
มีวินัย เป็นมวยใหม่ที่กำลังฮึกเหิม แต่ว่าชั้นเชิง ลูกเล่น ความเจนจัดบนเวทียังมีไม่มาก
ซึ่งเรื่องเหล่านี้อยู่ที่ประสบการณ์ สามารถสั่งสมได้

พี่หาวมีข้อแนะนำเป็นตัวอย่างให้ในบางรูปครับ

=================================
อย่างรูปแรกรูปเปิดเรื่อง มุมกล้องดูกว้างเกินไป
ทำให้ผู้ชมออกทะเล หาจุดที่จะ Focus ลงไปดูไม่ได้
ทั้งที่จริง ๆ แล้วรูปนี้ Ratta มีแนวคิดที่ดีมาก ๆ ในการเล่าเรื่อง
พี่หาวลง Crop ภาพมาให้ดู

พี่หาวลองเจาะลงไปที่กระจกที่สะท้อนเวทีมวย แตไม่เอาคำว่า Carry Boy ออก
เพราะน่าจะตรงตามแนวคิดของเรื่องนี้ตามที่ Ratta ต้องการนำเสนอ
น่าจะทำให้เรื่องในภาพดูเล่าได้ชัดเจนขึ้น

จริง ๆ ถ้าได้ลองวางมุมกล้องในมุมอื่น ๆ มาเลือกน่าจะได้อะไรมากขึ้นครับ

2how 28.08.09 : 10:05

24.
รูปที่สองนี้นำเสนอในส่วนของ Action และอารมณ์ได้ดี
แต่เรื่องการวางองค์ประกอบภาพยัง เน้นอารมณืและพลังออกมาได้ไม่เต็มที่

แนะนำอย่าแรก คือให้ Ratta Crop ภาพ นำเสนอในส่วนของนักมวย
และครูฝึก ให้คนดูจำกัดวงสายตาไว้ เรื่องจะชัดเจนขึ้นมาก

2how 28.08.09 : 10:09

25.
อย่างที่สองสำหรับรูปนี้ที่น่าจะพอเล่นได้
คือการวางองค์ประกอบในการใช้มุมกล้องเข้าช่วย
ในส่วนของเส้นสว่างระกหว่างทางด่วน
เราสามารถนำมาเป็น Background ที่เน้นตัวนักมวยให้เด่นชัด และมีพลังมากขึ้น
อย่างต้นฉบับที่นักมวยมีฉากหลัง เป็นทางด่วน มันดูจม ๆ ไป
ลองย้ายมุมกล้องออกมาทางขวา แล้วให้นักมวยทับเส้นสว่าง
จะทำให้ภาพดูแรงขึ้นครับ

2how 28.08.09 : 10:12

26.
รูปที่ 3 นี่ก็เป็นเรื่องลูกเล่นในการจัดวางองค์ประกอบเช่นกันครับ
ถ้า Ratta Crop ด้านบนออกทั้งหมด ภาพก็ยังคงเล่าเรื่องได้
แล้วใช้การนำเสนอผ่านทางเงาสะท้อนของน้ำ
ก็เป็นลูกเล่นที่น่าสนใจดีเช่นกันครับ

2how 28.08.09 : 10:18

27.
รูปนี้เป็นเรื่องของมุมกล้องครับ
ตามที่ Ratta เขียนบรรยายมา พี่หาวเข้าใจสิ่งที่ต้องการนำเสนอนะ
และรู้ด้วยว่า Ratta มีเนวคิดและมีสิ่งที่ต้องการสื่อได้ดีทีเดียว
แต่เป็นเรื่องของความเจนเวทีอย่างที่พี่หาวบอกในตอนต้น
แต่เรื่องพวกนี้ฝึกกันได้

อย่างรูปนี้ จริง ๆ แล้วถ้าได้ทำงานจากมุมกล้องที่หน้างานจะดีกว่ามาก
พี่หาว Crop มาแล้วก็ยังดูไม่ลงตัวนัก

แต่ถ้า Ratta ต้องการนำเสนอนักมวย และมี Background เป็นป้าน กับนักมวยรุ่นพี่ที่ซ้อมอยู่
พี่หาวคิดว่าน่าจะลองเล่นกับมุมกล้องดูบ่้าง
ลองเคลื่อนย้ายตัวเอง ไปในตำแหน่งใกล้เคียง เพื่อจัดองค์ประกอบของนักมวยในภาพ
ให้สามารถมองเห็น Background ส่งเสริมตัวแบบหรือเล่าเรื่องได้ชัดเจนครับ

2how 28.08.09 : 10:24

28.
ภาพนี้เรียกว่าแนวคิดเฉียบไปเลยครับ
แต่ว่ามาตกเวทีตายตอนนำเสนอ

จริง ๆ ถ้า Focus ในเรื่องราวของหนังสือพิมพ์ให้ชัด
แล้วให้นักมวยที่ซ้อมอยู่เป็นฉากหลัง เบลอ ๆ ก็เป็นการนำเสนอในอีกรูปแบบหนึ่ง

เวลาที่พี่หาวถ่ายรูปในลักษณะนี้
พี่หาวจะถ่ายมาหลาย ๆ รูป แล้วมาเลือกครับ
ถ่ายมาหลาย ๆ แบบ เปลี่ยนจุด Focus เปลี่ยนมุมกล้องไปเรื่อย ๆ
ถ่ายเผื่อไว้เยอะ ๆ เราจะได้มีรูปไว้เลือกตอนหลังครับ

2how 28.08.09 : 10:27

29.
โดยรวมแล้วพี่หาวว่า Ratta มีโอกาสพัฒนาไปได้อีกมาก
เพราะเรื่องเหล่านี้มันอยู๋ที่แนวคิด
Ratta มีแนวคิดชัดเจน มีความตั้งใจ ในการนำเสนอเรื่องราว
ซึ่งมีช่างภาพมือใหม่ไม่มากนักที่จะทำได้เช่นนี้
ส่วนใหญ่ถ่ายรูปสวยแบบสะเปะสะปะไปเรื่อยแบบที่พี่หาวบอก

เรื่องเทคนิคในการนำเสนอ
สามารถฝึกกันได้ ถ่ายเยอะ ๆ ดูเยอะ ๆ เรียนรู้เรื่องรอบตัวเยอะ ๆ
ไม่นานก็เก่งครับ

สำหรับเรื่องราวของภาพชุดนี้ดูแล้วน่าชื่นชมครับ

2how 28.08.09 : 10:31

30.
Thanks a lot for your useful comment krub P'how.

ratta 28.08.09 : 21:22