เลิกงานกลับห้อง แพ็คของ ทั้งๆที่ยังไม่แน่ใจเลยว่าจะไปที่ไหน ไปทำไม
แต่ด้วยอารมณ์เบื่อหน่าย สับสน สิ้นหวัง หรืออารมณ์อะไรซักอย่าง รู้แต่ว่าต้องไป
หยิบหนังสือห้วงยามแห่งความพ่ายแพ้ ของอาจารย์เสกสรรค์ ประเสิรฐกุลไปด้วย
มันคงเหมาะกับชีวิตช่วงนี้ดี
อย่างน้อยก็ไปหาที่นั่งอ่านหนังสือเงียบๆก็ยังดีวะ
เชียงใหม่ เชียงราย น่าน เดินวนไปมาที่หมอชิตอยู่หลายรอบ ตัดสินใจไม่ได้ซีกทีว่าจะไปไหนดี
จนกระทั่งได้ยินประกาศ "น่าน เที่ยวสุดท้ายแล้ว ใครจะไป ช่องนี้เลย"
ตัดสินใจ น่านนี่ล่ะวะ อย่างน้อยก็พอมีข้อมูลอยู่บ้าง
ตีตั๋ว ปรับอากาศชั้น2 กรุงเทพฯ-น่าน 370+ บาท
ขึ้นรถ เสียบหูฟัง หลับไปพร้อมกับบทเพลง ก.ม.30 ของพี่ป้าง
1 ธันวาคม 2550
ถึงน่านประมาณ 6 โมงเช้า ดูแผนที่ท่องเที่ยวน่าน
คิดว่าคืนแรกน่าจะไปนอนหนาวบนเขาดีกว่า มีหลายดอย หลายภูน่าสนใจ
ไม่ว่าจะเป็น ดอยวาว ดอยเสมอดาว ดอยภูคา ภูแว ภูเข้
ตัดสินใจคืนแรกที่ดอยเสมอดาว เพราะใกล้สุด และเดินทางสะดวก
ขึ้นรถเมล์ย้อนลงไปที่ อ.เวียงสาประมาณ 20 กว่ากิโล ค่ารถ 20 บาท
(จริงๆรถทัวร์กรุงเทพฯ-น่านจะผ่านที่ อ.เวียงสา ด้วยขอลงได้เลย)
tomjung77
เห็นใกล้ๆแต่ทางขึ้นโหดใช้ได้เลย เป็นหินคม ต้องปีน ต้องโหนกันนิดหน่อย
ขึ้นหินผิดก้อนอีกตะหาก แต่ปีนมาซะขนาดนี้ไงก็ต้องหาทางขึ้นให้ได้ล่ะนะ
(ถ้าชีวิตจริงไม่ยอมแพ้อุปสรรคเหมือนปีนผานี่คงจะดีไม่น้อยนะ)
ในที่สุดก็ขึ้นมาถึงจนได้ มารู้เอาทีหลังว่าใครจะขึ้นมาต้องให้เจ้าหน้าที่พามาด้วย
tomjung77
(แง๋สิวะ ใครจะบ้าที่ยวคนเดียวแบบเรา) คืนนี้ไม่เหงาเท่าไหร่แล้ว (มั๊ง)
ลงมาจากผาหัวสิงห์ลงไปอาบน้ำกลับมาก็พบกับข่าวร้าย
เสบียงที่ซื้อมาโดนคุณหมาล่อซะเละหมดเลย
ยังดีที่ยังเหลือเบียร์ 4 กระป๋องกับข้าวหลามที่ช่วยอุดหนุนแม่ค้าที่เป็นเพื่อนคุยตอนรอรถที่ อ.เวียงสา
คงพอประทังชีวิตคืนนี้ไปได้
tomjung77
กระทั่งมืดลานกางเตนต์เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว
ครอบครัวช่วยกันทำอาหาร เพื่อนๆนั่งล้อมวงเล่นกีตาร์กันสนุกสนาน มองดูแล้วก็อดยิ้มไม่ได้
(ก็คงมีแต่เตนต์เรานี่ล่ะนะที่ดูเหงาๆพิลึก)
กลางคืนทั้งหมอก ทั้งลมแรงมากๆ หนาวสุดๆ
ออกมานั่งดูดาวท่ามกลางกลิ่นอาหาร และเสียงเพลงจากเตนต์อื่น
ไม่รู้เป็นเพราะความหนาว ความเหงา หรือเพราะฤทธิ์ของเบียร์ 4 กระป๋อง
ดันไปบังอาจโทรหาใครบางคนเข้าให้ กะจีบว่างั้น
(ทำตัวยังกะคนโรคจิต กลับไปจะมองหน้าเค้าติดมั๊ยวะเนี่ย)
ยังไงก็ต้องขออภัยผู้โชคร้ายคนนั้นไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ขออภัยๆๆ
tomjung77
ตื่นแต่เช้าเพื่อดูทะเลหมอก แต่เช้านี้หมอกลงจัดจริงๆ ดูมัวๆไปหมดเลย
(ข้ออ้างเพราะรูปถ่ายออกมาไม่ดี 55)
อยากจะขึ้นไปชมวิวตอนเช้าที่ผาหัวสิงห์มากๆ เพราะบนนั้นสามารถมองเห็นวิวได้ 360 องศาเลย
แต่ไม่ไหวแล้ว เมื่อวานปีนซะระบมเลย
tomjung77
ก็ต้องเก็บเตนต์เดินออกมาที่ถนนเพื่อโบกรถลงดอย ส่วนจะไปที่ไหนต่อนั้นยังคิดไม่ได้เลย
ตอนแรกกะจะไปนอนในเมืองซักคืน แล้วอีกวันรุ่งขึ้นไปนอนที่ภูชี้ฟ้า และอีกวันก็เข้าตัวเมืองเชียงรายรอพ่อกะแม่มาหา
แต่ด้วยความไม่แน่นอนของชีวิตแผนที่วางไว้ก็ผิดไปหมดเลย
แต่สิ่งที่ได้มาแทนแผนที่วางไว้กลับมีคุณค่ามากมาย
tomjung77
ผมขอติดไปลงที่ปากทาง อ.นาน้อย พี่เค้าก็บอกว่าถ้าจะไปตัวเมืองก็ไปด้วยด้วยกันเลยก็ได้
เป็นอันตกลง กล่าวคำขอบคุณ แบกสัมภาระขึ้นหลังกระบะ ตินเช้าหมอกลงหนามากๆ
ภาพสองข้างทางสวยมากๆ แต่ถ่ายรูปมาไม่ได้เพราะไม่สามารถเอามืออกจากกระเป๋าเสื้อกันหนาวได้ มันหนาวจัดจริงๆ
แล้วจู่ๆพี่เข้าก็เลี้ยวรถออกจากทางหลักเข้าทุ่งนาเปลี่ยวๆซะงั้น
ค่อยๆไกลออกไปๆ เปลี่ยวสุดๆ เริ่มคิดมากครับ จะจับตูมาปล้นรึป่าววะเนี่ย คว้ากระเป๋าไว้แน่น จอดเมื่อไหร่เตรียมเผ่นทันที
สุดท้ายรถก็วิ่งเข้าสู่หมู่บ้าน ใจค่อยชื้นขึ้นมาหน่อย และรถก็มาจอดที่บ้านหลังนึง
พี่คนขับบอกว่า ขอแวะบ้านแม่แป้บนึง และก็ชวนเข้าไปทานข้าว
คุณแม่พี่เค้าก็จัดสำรับอาหารพื้นบ้านมาให้เต็มที่เลยข้าวเหนียว ลาบ ต้มแซ้บ น้ำพริก(มีน้ำพริกตัวต่อด้วย) ผักลวก
พี่เค้าก็เกรงว่าเราจะกินไม่ได้อยู่เหมือนกัน แต่ลูกอีสานอย่างผมหาได้เป็นปัญหาไม่(เข้าทางอีกตะหาก)
ไม่รู้เป็นเพราะไม่ได้ทานข้าวเย็น หรือเพราะรสชาติของน้ำมิตร ข้าวมื้อนั้นเป็นมื้อที่อร่อยที่สุดในชีวิตอีกมื้อนึงของผมเลย
tomjung77
แวะบ้านพี่ต้อกที่ตัวเมืองน่าน บ้านพี่แกอยู่ริมน้ำน่านเลย น่าอิจฉาเป็นบ้า
แวะอาบน้ำ ทานกาแฟ พี่ต๊อกเลยชวนไปดอยภูคาด้วยกันเพราะเห็นยังไม่มีโปรแกรมไปไหนต่อ
โอกาสดียังงี้ มีรึผมจะปฏิเสธ โคตรซึ้งน้ำใจพี่เค้ามากๆเลยครับ
ออ พี่เค้าชื่อต๊อกครับ เป็นครูใหญ่ที่โรงเรียนซักโรงเรียนในจังหวัดน่าน
อีกคนชื่อพี่เสริฐ เป็นพนักงานธนาคาร
พี่เสิรฐไปเยี่ยมพี่ต๊อก พี่ต๊อกเลยพาพี่เสิรฐเที่ยว ผมเลยพลอยโชคดีไปด้วย
tomjung77
อธิบายถึงความน่าอยุ่ของจังหวัดน่านให้อิจฉากันเล่นๆ ส่วนพี่เสิรฐก็เป็นกองเสบียงซื้อส้มให้ทานระหว่างทางอีก
ระหว่างทางไปดอยภูคา พี่เสิรฐพาแวะที่หอศิลป์ริมน่าน เป็นแกลลอรี่แสดงงานศิลปะที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่าน
tomjung77
ส่วนผมคืนนี้ผมตัดสินใจนอนที่นี่
บอกลาพี่ๆทั้งสอง ผมคงไม่มีวันลืมมิตรภาพดีๆในวันนี้แน่ๆครับ
tomjung77
แต่วันนี้มันยังไม่บาน เลยอดเห็นกันไป
tomjung77
ถึงแม้อากาศจะหนาว คนจะน้อย แต่ดอยภูคาคืนนั้นอบอุ่นไปด้วยไอมิตรภาพ (น้ำเน่ามะ 55)
คำทักทายเล็กๆน้อยๆ คำชักชวนทานอาหาร การนั่งล้อมวงผิงไฟ
เรื่องราวระหว่างทางเหล่านี้ มันมีความสุขเสียยิ่งกว่าการได้ไปถึงที่ท่องเที่ยวใดๆเสียอีก
tomjung77
ตื่นเช้า ทักทายและบอกลาเพื่อนใหม่ พ่อ แม่ ลูก จะไปภูชี้ฟ้า
(เกือบหน้าด้านขอติดรถไปอยู่เหมือนกัน แต่เห็นเป็นรถ Van เลยเกรงใจ)
ส่วนคู่รักหวานแหววจะไปต่อทางพะเยา ส่วนผมตัดสินใจคืนนี้ไปเที่ยวในเมืองน่านละกัน
เก็บสัมภาระออกมารอโบกรถที่ริมถนน โบกได้รถ สน.บ่อเกลือ คุณตำรวจกำลังจะเข้าไปทำธุระในตัวเมืองพอดี
ระหว่างทางยังใจดีซื้อข้าวหลามเลี้ยงอีกด้วย ตำรวจไทย ใจดีที่สุดในโลก
รถไปจอดที่ศาลากลางจังหวัดน่าน บอกลาและกล่าวคำขอบคุณพี่ๆตำรวจไทย
เดินหา โรงแรมน่านฟ้า เพราะได้ยินคำล่ำลือจาก Internet ว่ามาน่านต้องมาพักที่นี่
ตัวเมืองน่านค่อนข้างเล็ก สงบ ไม่วุ่นวาย เลยหาไม่ยากเลย เดินมาไม่นานก็ถึง โรงแรมน่านฟ้า
tomjung77
คืนละ 350 บาทอาจแพงไปนิดสำหรับเรา แต่เอาน่าา ซักคืนคงไม่เป็นไร
คนต้อนรับอัธยาศัยดีมากๆ ให้คู่มือเที่ยวเมืองน่านมาเล่มนึง แนะนำที่ที่พลาดไม่ได้ให้อีกด้วย
เก็บสัมภาระเข้าห้อง ภายในห้องค่อนข้างเก่า เสียงแอร์ดังมากๆ กระตุกเป็นระยะๆพอหลอน ได้บรรยากาศดี
tomjung77
อากาศกำลังดี ไม่ร้อนมาก กางแผนที่ก็ได้แต่งงๆ ไม่รู้จะไปทางไหนดี มั่วๆไปเรื่อยๆละกัน
ขี่ไปเรื่อยๆ ก็เจอวัดนึงสะดุดตามากๆ โบสถ์ของวัดนี้สวยมากๆ ชื่อวัดมิ่งเมือง
tomjung77
และยังเป็นที่ประดิษฐานของเสาหลักเมืองอีกด้วย
tomjung77
ตลอดจนสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ศิลปะ โบราณคดี และชาติพันธุ์วิทยาประจำท้องถิ่น
และที่นี่ยังเป็นที่เก็บโบราณวัตถุคู่เมืองน่าน คือ “งาช้างดำ” เป็นงาปลีเปลือกสีน้ำตาลเข้ม สวยมากๆ แต่เค้าห้ามถ่ายรูปครับ
ออกจากพิพิธพันธสถานแห่งชาติ ก็ปั่น 2 ล้อไป ถ่ายรูปไหว้พระตามวัดต่างๆ เยอะแยะไปหมด
tomjung77
ภายในพระอุโบสถมีภาพเขียนตามฝาผนังบอกเล่นเรื่องราวของเมืองน่านในอดีต
พระประธานที่แปลกตาเป็นพระพุทธรูปที่มี 4 ด้านเช่นเดียวกับทรงของพระอุโบสถ
tomjung77
ก่ออิฐถือปูน และปั้นเป็นรูปช้างครึ่งตัว ด้านละ ๔ เชือก และที่มุมทั้งสี่อีก ๔ เชือก ดูคล้ายเอาหลังค้ำ องค์เจดีย์ไว้
tomjung77
tomjung77
ซึ่งอยู่ไกลจากตัวเมืองออกไปราวๆ 4 กิโลเมตร ปั่นพอได้ปวดขา
tomjung77
5 โมงเย็นเริ่มปั่นอีกรอบ คราวนี้เป้าหมายแรกอยู่ที่วัดพระธาตุเขาน้อย
องค์พระธาตุตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อย ด้านตะวันตกของตัวเมืองน่าน จากบนยอดเขาจะมองเห็นตัวเมืองน่านและพระธาตุแช่แห้งได้อย่างชัดเจน
กะจะไปดูบรรยากาศยามเย็นบนนั้นซะหน่อย ปั่นขึ้นเขาจนเมื่อย แถมต้องเดินขึ้นบันไดอีก 303 ขั้น
แต่ขึ้นไปถึงแล้วก็หายเหนื่อย วิวสวยมากๆ มีพระพุทธรูปองค์โตคอยเฝ้าดูแลรักษาเมืองน่าน
ผิดหวังนิดหน่อยตรงไม่สามารถมองเห็นวิวพระอาทิตย์ตกดินได้ ที่วัดพระธาตุเขาน้อยเหมาะกับการมาชมพระอาทิตย์ขึ้นมากกว่า
แต่พรุ่งนี้คงไม่มาแล้วล่ะ ปวดขา
tomjung77
tomjung77
กลับโรงแรมด้วยความเหนื่อย แต่ก็ยังไม่สามารถข่มตาหลับลงได้
ออกมานั่งชมเมืองยามค่ำคืนที่ระเบียงโรงแรม 4 ทุ่มกว่า ถนนว่างเปล่า ทำไมอะไรต่อมิอะไรมันดูเหงาๆไปหมดเลยวะเนี่ย
ตื่นเช้าชมเมืองน่านยามเช้า
tomjung77
ตอนแรกวันนี้จะไปเชียงรายเพื่อนัดเจอพ่อกับปม่ในเช้าวันพรุ่งนี้
แต่รถเข้าเชียงรายวันนี้หมดซะแล้ว เลยเปลี่ยนใจไปรอพ่อที่แพร่
ไปแพร่โดยไม่มีข้อมูลอะไรเลย
เคยได้ยินแพะเมืองผี ว่าจะไปดูแต่ก็อดไปเพราะต้องเหมารถไปแสนแพง
เลยตัดสินใจตอบรับพี่สามล้อถีบ ที่ชักชวนเที่ยวภายในเมืองแพร่
ด้วยราคาเหมา 150 บาท
(มารู้ทีหลังเค้าเหมากัน 100 เดียว ได้ไปเยอะกว่าเราอีก แต่ก็นะ น้ำหนักเราเยอะ
พี่เค้าถีบลำบาก เสียดายก้แต่ไม่ได้ไปเที่ยวที่ต่างๆครบก็แค่นั้นเอง)
tomjung77
บ้านประทับใจ เป็นบ้านไม้สักทั้งหลัง โดยใช้ไม้สักท่อนขนาดใหญ่ ตั้งเป็นเสาบ้านรวม 130 ต้น แต่ละเสามีอายุประมาณ 300 ปี แกะสลักอย่างประณีตวิจิตรบรรจง ตัวบ้านเป็นแบบทรงไทยประยุกต์
tomjung77
tomjung77
tomjung77
เท่าที่เห็นตอนนี้เมืองแพร่ก็คล้ายๆกับเมืองน่านเลย เป็นเมืองเล็กๆ ที่มีวัด มีศิลปวัฒธรรมที่น่าสนใจมากมาย
วันนี้เจอใครก็แนะนำให้ไปสักการะพระธาตุช่อแฮ ดูเวลายังไหวน่ะ เลยนั่งรถ 2 แถวออกจากเมือง ประมาณ 9 กิโลเมตร พระธาตุช่อแฮ เป็นปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแพร่ พระธาตุช่อแฮเป็นเจดีย์ที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุ และพระบรมสารีริกธาตุพระศอกซ้ายของพระพุทธเจ้า เป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม แต่วันนี้กำลังมีการปรับปรุงองค์พระธาตุ
tomjung77
ไม่มีอะไรทำ คุณป้ารับส่งนักเรียนได้ชักชวนให้นั่งรถเที่ยวเล่นกันก่อนก็ได้
มีรึที่จะปฏิเสธ เด็กๆสดใส น่ารักมากๆ
อยากกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งจัง ไม่ต้องคิดมาก ใช้ชีวิตอย่างสนุกสนาน
ไม่เหมือนผู้ใหญ่ที่พบเห็นโลกยิ่งมาก ก็ยิ่งเห็นด้านมืดของตัวเองมากขึ้นทุกวัน
ตอนนี้เองทำให้รู้ว่าจริงๆแล้วเมืองแพร่ไม่ได้เล็กเลย เจริญมากๆ
คนละภาพกะเมืองน่านเลย รถติด ร้านค้ามากมาย เป็นเมืองใหญ่ที่มีศิลปะ วัฒธรรมเก่าแก่ที่อยู่ด้วยกันได้อย่างลงตัวจริงๆ
เป็นอีกที่ที่นาสนใจไม่น้อย มีโอกาสต้องมาอีกครั้งให้ได้
tomjung77
เฝ้ามองผู้คนเดินไปมา ตามไฟแดงบ้าง หน้าวัด หน้าโรงเรียน นั่งหลับบ้าง
นั่งเฝ้ามองหลากหลายชีวิตดำเนินไป คิดไรไปเรื่อยเปื่อย
การอยู่คนเดียว คิดอะไรคนเดียวไปเรื่อยๆแบบนี้มันเงาพิลึกเป็นบ้าเลย
รู้สึกเหมือนว่าตัวเรามีเมฆดำลอยอยุ่เหนือหัวตลอดวลา
คืนนี้มีเสียงเพลงจาก ipod และ ร้าน7-11 ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงอยุ่เป็นเพื่อน
ผู้คนเดินเข้าออกบ้างก็เดินผ่านไป บ้างก็ทักทาย ไถ่ถามว่ามาทำอะไร ทำให้ผ่านคืนนี้ไปได้
ตี 3 พ่อกับแม่มาถึง จบทริปแบบเหงาๆซะที เดี๋ยวจะมาต่อทริปขับรถเที่ยวกับพ่อแม่นะครับ
ติชมกันได้นะครับ
ขอบคุณที่ช่วยแบ่งปันความเหงาครับ
tomjung77
benefit [BLOG]
หมาแพนดี้
ชิลมาก !
นึกถึงบทความบทหนึ่งของ อ.เสกสรรค์ ขึ้นมาลางๆ
แกเขียนถึงน้ำใจที่คนเรามอบให้กัน ทั้งที่ไม่เคยรู้จัก
และอาจจะไม่ได้พบกันอีกเลยในชีวิตนี้
เช่นเวลาที่แกยกของหนักขึ้นบันได แล้วมีคนหลบทางให้
รถแกเสียอยู่ในที่เปลี่ยวร้าง แล้วมีคนช่วยเหลือโดยไม่หวังอะไร
ชาวป่าแบ่งปลาแห้งให้แกเป็นเสบียง ตอนที่แกกับเมียและลูกเล็กๆหิวโซอยู่กลางป่า ฯ ล ฯ
แล้วแกก็ตั้งคำถามว่า คนเราจะมีชีวิตอยู่ได้ไม๊ ถ้าปราศจากคนเหล่านี้
คำตอบคือ " อยู่ได้ "
แต่มันคงเป็นชีวิตที่ยากลำบาก และแห้งแล้งเต็มทน
" แล้วเราเคยทำอะไรดีๆ แบบนี้ ให้กับคนอื่นมากน้อยแค่ไหน ? " แกถาม
ชอบ ๑ กับ ๖ ครับ
เหงาดี !
ผมยาว ชาวเล [BLOG]
แต่ไม่เหงาด้วยมิตรภาพ
มุมมองดี ถ่ายแจ่มทุกรูปค๊าบบบบบบ
plynoi
Beever
namkao
ผมว่าถึงเดินทางคนเดียวแบบนี้ มันเหงา ก็จริง
แต่คงได้ความสุขกับมิตรภาพอย่างเปี่ยมล้น
อย่างไปแบบนี้บ้างจัง
แต่ก็ทำไม่ได้แล้ว เนี่องจากสุขภาพที่ไม่อำนวย
ช่างไม้สะพายกล้อง [BLOG]
น่าสนุกมากกก เที่ยวคนเดียวแบบนี้ก็สนุกไปอีกแบบนะ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆมากๆค่ะ กำลังจะวางแผนไปเดือนกุมภาอยู่พอดีค่ะ
duang [BLOG]
styx
ข้าวหลามที่ดอยภูคาคงอร่อยน่าดู เที่ยวแบบนี้ได้รสชาติดีครับ ขอบคุณที่พาเที่ยวด้วยครับ สวยๆ หลายภาพเลย101thairidgeback
[v]
มุ ม ม อ ง ไ ด้ ใ จ ม า ก เ ล ย ค รั บ
+ V a L e N t i N e + [BLOG]
เป็นกำลังใจให้นักอยากถ่ายรูป กับ นักอยากเขียนคนนี้ได้เพียบเลยครับผม
tomjung77
(แบงค์-แพนด้าพลาแนท)
mickey_mint
เกิดมาเพิ่งเคยได้ยินชื่อดอยเสมอดาวก็วันนี้แหละคับน่าไปดีเน๊อะ
kob_talent
jazz3977













































ทานข้าว เตรียมเสบียง (เพราะข้างบนไม่มีน้ำหรืออาหารบริการ) แล้วไปยืนรอโบกรถที่ปากทางเข้าอุทยาน
หรือไม่อยากโบกรถ ที่ปากทางจะมีคุณลุงคอยขับมอเตอร์ไซด์รับจ้างเหมาไปส่งที่ข้างบนก็ได้
คุณลุงวนมาถาม และได้รับการปฏิเสธจากผมไป
สักพักคุณลุงวนมาอีกรอบ ผมคิดว่าคุณลุงคงมาตื๊อ แต่คุณลุงกลับบอกว่า
รถขนขยะของอุทยานเอาขยะลงมาเทพอดี ลองไปขอติดรถขึ้นไปดูนะ
ตอนนั้นผมรู้สึกผิดกับน้ำใจจากคุณลุงมอเตอร์ไซด์รับจ้างมากๆ
เดินไปขอติดรถขนขยะขึ้นดอย ไม่ผิดหวัง ได้รับความช่วยเหลือเป็นอย่างดีจากพี่เจ้าหน้าที่
เจอคุณลุงมอเตอร์ไซด์อีกครั้ง ผมยิ้มทักทาย นึกขอบคุณและขอโทษคุณลุงอยู่ในใจ คุณลุงยิ้มตอบ
ทางขึ้นดอยเป็นถนนลาดยางดีทั้งทาง ชันเล็กน้อย
ระหว่างทางก็คุยกับพี่เจ้าหน้าที่อุทยานไปเรื่อย
ทำให้ทราบถึงความยากลำบากของเจ้าหน้าที่ประจำอุทยานผู้น้อย
เงินเดือนก็น้อย สวัสดิการก็น้อย เสี่ยงชีวิตอีกตะหาก
ประมาณครึ่งชั่วโมงก็มาถึงดอยเสมอดาว บอกลาและขอบคุณพี่เจ้าหน้าที่
ปรากฏว่ายังไม่มีใครเลยซักคน เจ้าหน้าที่ก็ไม่มี วังเวงดี
จัดการกางเตนต์ที่ชั้นบนสุดเพราะคิดว่าวิวน่าจะสวย(หารู้ไม่กลายเป็นทำเลที่ลมแรงมากๆ หนาว)
tomjung77 ( 0 ♥ 0 ☆ ) 15.12.07 : 20:45