ภาพโดยรวมจาก ทริปต่างประเทศ ครั้งแรกในชีวิตเรื่องราวมากมาย ที่ผมได้พบเจอทั้งเรื่องดี เรื่องร้าย พบปะผู้คนจำนวนมาก...................ผมขออนุญาตทำเป็นภาพ กึ่งขาว-ดำ นะครับ ผมอยากจะขอแนะนำว่าให้ชม ภาพ.........แล้วค่อยอ่านคำบรรยายใต้ภาพ...........ผมเขียนตามประสบการณ์และ ความรู้สึก ณ ช่วงเวลานั้นจริง ๆ หวังว่าทุกท่านจะชอบ..............เพราะผมตั้งใจทำ
เริ่มกันเลยนะ ...............พร้อมจะย้อนรอยการเดินทางของผมหรือยัง ^___^
ปล. อ่านก่อน เม้นนะครับ ผมขอร้องงงง
Pdmj14 [BLOG]
"กา เดอ เอสสสสสส" "กา เดอ เลสสสสสส" หรือ "กา เดอ แอล เอสสสส" 555 ผมออกเสียงไม่ค่อยจะถูกหรอก แต่รู้ว่ามันคือ สถานีรถไฟในปารีสที่จะพาผมไปยัง ที่พัก 3 คืนที่เมือง METZ หลังจากวันแรกนอนเอาแรงที่โฮเทลหน้าสถานี ภาพนี้ผมถ่ายโดยบังเอิญที่ทางเชื่อมของสถานีรถไฟใต้ดินของสถานีรถไฟบนดินที่ นี่ 555 งงไหม หลายท่านที่มีโอกาสได้ไปต่างประเทศอาจจะไม่งง คือ นึกถึงอารมณ์หัวลำโพงบ้านเรากับ MRT สถานีหัวลำโพงที่มันเชื่อมติดกันเลยทางใต้ดิน........ซึ่งมันโคตรจะดีมาก ๆ ผมไม่รู้ว่าบ้านเรามันเชื่อมติดกันไหม แต่ที่นี่ระบบขนส่งมวลชนเป็นอะไรที่ผมประทับใจ ย้ำว่าระบบนะครับ ระบบที่นี่เชื่อมต่ออย่างทั่วถึงและตรงเวลามาก ๆ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย.....ลดการใช้รถและทำให้เราจัดสรรเวลาชีวิตได้อย่าง ลงตัว........ย้อนกลับมามอง BTS และ MRT รวมถึง รถเมล์บ้านเรา.......ประโยคต่อจากนี้ผมคงไม่ต้องบรรยายมันมากเนอะ
Pdmj14 [BLOG]
ภาษาฝรั่งเศสอ่านว่า "แม๊กซี่" ไม่ได้อ่านว่า "เมอร์ซี่" อย่างที่ผมอ่านแต่แรก ซึ่งแปลว่า "ขอบคุณ" คำพูดติดปากที่ฝึกไปตั้งแต่อยู่เมืองไทย ที่นี่ทำอะไรก็ "แม๊กซี่" ทำโน่นทำนี่ก็ "แม๊กซี่" เหมือนเจอหน้าใครก็ต้่อง "บอง ชูว์" ขึ้นรถเมล์ก็ต้อง "บอง ชูว์" ผมว่ามันน่ารักดีนะสำหรับคนที่มาจากประเทศที่เคยพูดคำว่า "สวัสดี" และ "ขอบคุณ" กันอย่างติดปาก ก่อนจะเกิดปรากฏการณ์กีฬาสีในประเทศ.................................... สาวในรูปไม่ใช่นางแบบ ไม่ใช่เจ้าของร้าน ไม่ใช่ใครเลยที่ผมเคยรู้จักมาก่อนในชีวิต.......เป็นเพียงคนที่ผม กล่าวคำว่า "แม๊กซี่" จากใจด้วยคนแรกจริง ๆ นับตั้งแต่ถึงที่นั้น........ผมจำไม่ได้ว่าพี่เค้าชื่ออะไร พี่เค้าไม่ใช่คนไทย แต่ พี่เค้าเข้าใจภาษาไทย และพูดภาษาไทยได้นิดหน่อย............จะรู้สึกอย่างไรเวลาเจอคนไทยในต่างแดน .......ในประเทศที่พูดต่างภาษา.....ต่างวัฒนธรรม...ประเทศที่เจริญกว่าและศิ วิไลกว่า ผมบอกตามตรงผมดีใจ........ผมดีใจกว่าเจอคนไทยในทีวีที่สร้างความวุ่นวายให้ ประเทศ ดีใจกว่าเจอดาราที่มีแต่ข่าวโน่นนี่นั้นเต็มไปหมด.......ถึงแม้จะเป็น การดีใจเพียงแค่เสี้ยววินาทีก็ตาม แต่อย่างน้อยมิตรภาพที่พี่เค้าหยิบยื่นให้ในน้ำเสียงและท่าทาง ก็เพียงพอแล้วสำหรับคำว่า "ขอบคุณ"...................จริง ๆ ครับพี่
Pdmj14 [BLOG]
ได้เวลาออกเดินทางผมโบกมือลา ปารีส ...หลังจากได้คลุกคลีกกันมาเป็นระยะเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่ชม. ได้แต่แอบพูดในใจว่า แล้วพบกันใหม่ในอีก 12 วันข้างหน้า ผมกำลังเดินทางไปเมือง METZ เมืองที่เพื่อนผมคนนึงกำลังศึกษาเล่าเรียน ป.เอกอย่างขมักเขม้น ผมออกเดินทางด้วยความคิดถึง ข้าวฟรี และที่พักฟรี เฮ้ยยย ไม่ใช่แบบนั้น 555 ด้วยความคิดถึงเพื่อนอย่างใจจดใจจ่อ รถไฟที่ขึ้นเรียกว่า TGV ภาพนี้ถ่ายบนรถไฟขบวนนึง นอกหน้าต่างเป็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามไม่แพ้ เทือกเขาเอลฟ์บนเครื่องบิน....หญ้าที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ....... ขาว............สุดลูกหูลูกตา ความสวยงามที่มองได้ไม่มีเบื่อในระยะเวลาเดินทางสั้นๆเพียงไม่กี่ ชม. ทำให้ผมได้รู้ว่าระว่างทางมีอะไรให้เรามองเสมอ อยู่ที่ว่าเราจะมองมันหรือเปล่า..........
Pdmj14 [BLOG]
หน้าต่างหอพักเพื่อนที่ เมือง METZ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนไทย.................ขอพระองค์ทรงพระเจริญฯ
Pdmj14 [BLOG]
ทีออนวิวววว (มั้ง 555+) เมืองเล็ก ๆ ระหว่างทางจากเมือง METZ ไปประเทศ LUXEMBOURG วันนี้ต้องนั่งรถไฟข้ามประเทศใช้เวลาไม่มากเนื่องจะระบบขนส่งที่ดี....แต่ ต้องมาต่อรถไฟที่เมืองนี้ เป็นอีกเมืองระหว่างทางที่ผมประทับใจ...เมืองเล็ก ๆ เงียบสงบ........สถานีรถไฟก็เล็ก แต่มีประสิทธิภาพ ผมเดาว่าเมืองนี้คงไม่ใช่เมืองท่องเที่ยว ไม่มีอะไรให้นักท่องเที่ยวแห่กันมากมายนัก เมื่อดูจากจำนวนคนที่สถานีรถไฟ แต่อย่างน้อย ถ้าไม่มีเมืองนี้ระหว่างทาง ผมคงไม่ได้ภาพนี้ และไปไม่ถึง LUXEMBOURG ของทุกอย่างมีประโยชน์ในตัวของมันเอง ถึงแม้ว่ามันจะไม่สำคัญเลยสำหรับคน ๆ นึง แต่อาจจะเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่สำหรับคนอีกก็ได้.........
Pdmj14 [BLOG]
ประเทศเล็กทางตอนเหนือของฝรั่งเศส ................วันนั้นผมได้สัมผัสคำว่า "หนาว.............โคตร ๆ" ที่สุดในชีวิต มีคนบอกว่า วันที่หิมะไม่ตกหรือก่อนมันตก มันจะหนาวโคตร ๆ ซึ่งมันคือวันนั้น.........วันที่ LUXEMBOURG วันที่ -6 องศาเซลเซียส.................
Pdmj14 [BLOG]
ตอนเด็ก ๆ ผมอยากเห็นหิมะ อยากรู้ว่ามันจะมีหน้าตาแบบไหน มันลอยลงมาจากฟ้าหรอ มันกินได้เหมือนน้ำแข็งไสไหม......อะไร ๆ อีกหลายคำถามมากมาย..........ซึ่งเอาเข้าจริง ๆ ตอนโต....ตอนที่ผมได้เจอคุณหิมะเข้าจริง ๆ ........ผมดันลืมถาม.............แต่มีเพียงสิ่งเดียวที่ผมรู้สึกคือ มัน..........เย็น..........และ สวยดี..................ผมอยากให้คุณหิมะได้รู้จักและรู้ว่าผมมาเยี่ยมคุณ หิมะถึงที่เลยนะครับ เลยขอเขียนลายมือตัวบรรจงด้วยภาษาสากล เพราะผมไม่รู้ว่าคุณหิมะ พูดภาษาอะไร.................ผม PDMJ14 นะครับ
Pdmj14 [BLOG]
สวนสาธารณะในเมือง METZ ในวันที่ หิมะตก...........ช่วงนั้นที่ผมไป หิมะตกแทบทุกวันฝรั่งเค้าก็ไม่ค่อยออกไปไหนกันซักเท่าไหร่ มีแต่ไอ้คนไทยคนนี้ที่มันบ้ามาเดินเล่น..........ภาพนี้บังเอิญ candid ได้จากระยะไกล........ภาพมนุษย์ที่พาเพื่อนร่วมโลกมาเดินเล่น............ผม เห็นเพื่อนร่วมโลกตัวนี้ก็หนาวสะท้านแทนมัน........มันทนได้ไงฟะ......... หนาวจะตายห่า...........ลองจับมนุษย์มาแก้ผ้า แล้วยืนแข่งกะเพื่อนร่วมโลกตัวนี้ดู มนุษย์คงแพ้ราบคาบ เพราะเพื่อนร่วมโลกตัวนี้ไม่มีท่าทีว่าจะหนาวและยอมแพ้ซะง่าย ๆ บางสิ่งบางอย่างก็ไม่ได้สร้างมาเพื่อให้เหมาะสมกับมนุษย์.........คงเพราะ ว่ามนุษย์ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตเดียวที่อยู่บนโลก......ธรรมชาติไม่ได้สร้างความ เหมาะสมทุกอย่างให้มนุษย์เพียงสปีชีย์เดียวหรอก
Pdmj14 [BLOG]
บาเซล...........ผมรู้จักเมืองนี้ ............จากทีมฟุตบอล............บาเซลเป็นเมืองนึงในประเทศสวิสเซอร์ แลนด์ เป็นเมืองที่น่ารัก....ภาพนี้ถ่ายบนรถ TRAM หรือรถรางบ้านเค้า.........ภายในดูดีน้อง ๆ BTS บ้านเรา และดีกว่ารถเมล์ร่วมบริการหลาย ๆ สาย 55+ ตั้งแต่อ่านมาคงมีแต่ ตัวหนังสือที่ผมเหน็บแนมประเทศบ้านเกิดตัวเอง.........เอาน่าข้อดีของบ้าน เราก็มีอยู่บ้าง ถ้าดูจากสภาพที่เห็นภายในรถที่หรูหรากว่า......บางครั้งรถเมลล์บ้านเราก็มี สิ่งสวยงามกว่า ที่เรียกว่า "น้ำใจ" เท่าที่จำได้ผมไม่เห็น ฝรั่งเด็ก ฝรั่งหนุ่ม หรือฝรั่งคนไหน ลุกให้ฝรั่งแก่นั่ง..............อาจเป็นเพราะวัฒนธรรมหรืออะไรหลาย ๆ อย่างที่ทำให้ผม รู้สึกว่า..........บางครั้งคำว่า "ประเทศที่เจริญแล้ว" ...........อาจต้องแลกมาด้วย "การแบ่งปันที่เจริญลง" ก็เป็นได้
Pdmj14 [BLOG]
ตึกแถว.......5-6 ชั้น จำนวน 6 ห้อง......ที่เห็นในภาพคือ.......ห้างสรรพสินค้า......ในบาเซล.......เท่า ที่จำได้.......เห็นว่าเปรียบเสมือน siam paragon บ้านเรา ตอนผมได้ยินครั้งแรก.......ก็คิดในใจว่า "เอ้ย พาราก้อนนนนนน !!! เลยหรอวะ............ไอ้ตึกแถวนี่อะนะ พาราก้อนนนนนนนนนนนนน !!!" "บ้า พาราก้อนนนนนนนนน มันต้องใหญ่กว่าสนามบอลลลดิวะ" อะไรทำนองนั้น........แต่เมื่อเดินเข้าไปด้านในก็พบว่า....เอออมันพาราก้อน นนนนน จริง ๆ ทุกทิศทางเปี่ยมไปด้วย แบรนด์เนม..........ซ้ายแบรนด์เนม ขวาแบรนด์เนม............ในตัวผมตอนนั้นมีรองเท้าเพียงคู่เดียวที่เรียกได้ ว่าเป็นของแบรนด์เนม.....ADIDAS 555+ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า "การตัดสินอะไรแต่เพียงภายนอก อาจทำให้คุณพลาดโอกาสในบางสิ่ง" "อะไรที่ใหญ่ ๆ อาจไม่ยิ่งใหญ่เหมือนขนาด" "อะไรที่เล็ก ๆ อาจทรงพลังมากกว่า" จริง ๆ นะ
Pdmj14 [BLOG]
บ้าน.......สถานที่.....ที่ให้ ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย......ทุกคนควรมีบ้าน.....และเชื่อว่าทุกคนต้อง มีสิ่งที่เรียกว่าบ้าน..........ผมมองบ้านเรือนที่ บาเซล สวิสฯ จากสะพานข้ามแม่น้ำแห่งนึง มองไปทางไหนก็พบแต่บ้านที่เป็นตึกแถว........หลายหน้าต่าง.......ไหน..... ไหน.......ไหน บ้านเดี่ยวที่มีรั้ว.......พื้นที่กว้าง.......สนามหญ้าหน้าบ้าน......ที่ จอดรถ มันอยู่ไหน.......จากมุมที่ผมยืนอยู่ ไม่ว่าจะทางไหน ทิศไหน ก็ไม่มีจริง ๆ ไอ้บ้านในฝัน แต่เมื่อขึ้นชื่อว่าบ้านแล้ว.........ย่อมอบอุ่นเสมอ.........ผมมองดูบ้าน ที่ต่างจากบ้านในฝันอยู่นาน........นี่ผมจากบ้านมา 6 วันแล้วหรอเนี่ย
Pdmj14 [BLOG]
เพื่อนนิรนาม ..............ที่พิมแบบนี้เพราะผมไม่รู้ว่าเค้าทั้งคู่ชื่ออะไร........... หนุ่มสองคนนี้เป็นคนขายไก่หมุน ๆ บนข้างรถที่ถูกดัดแปลงมาเพื่อเปิดข้างขายได้เลย............เริ่มแรกเดิมที ผมสะดุดมาอยู่ที่ร้านนี้เนื่องจากกลิ่นอันยั่วย้วนจากไก่ร้อน ๆ ที่เสียบไม้หมุน ๆ อยู่ในเตา โอววมันโคตร น่ากินเลยครับพี่น้อง...........เลยตัดสินใจซื้อกลับไปทานที่พัก...... ระหว่างจะซื้อนั้นเองผมก็ยกกล้องขึ้นถ่ายไก่หมุนแสนหอม.........ทันใดนั้น เอง.......ก็มีเสียงเอะอะโวยวาย มาจากทางสองหนุ่มนี้...............ผมตกใจมากเพราะเคยได้ยินว่าฝรั่งจะ ซีเรียสกับเรื่องการถ่ายภาพทีเป็นพวกส่วนตัวหรือสินค้ามาก ๆ ............หน้าตี๋เหลอหลาก็ปรากฏ 555+.........พี่ที่ไปด้วยกันก็เลยเข้าไปคุยกับเค้าก็ได้ใจความว่าถ้าจะถ่าย ต้องถ่ายมันด้่วย........เอ้าาาาแล้วก็ไม่บอก........(ที่จริงมันบอกแต่ผม ไม่เข้าใจ เพราะมันทั้งคู่...........ไม่พูดภาษาอังกฤษ !!!!) เลยจัดการถ่ายมาภาพนึง...........ถ่ายเสร็จคนตัวใหญ่พยายามจะคุยกับผมซึ่งผม ฟังมันไม่ออก......(อย่างที่บอกมันโง่อังกฤษกว่าผม ผมมั่นใจ 55+) คำเดียวที่ผมฟังออกคือ FACEBOOK คือมันพยายามถามว่ารูปที่ถ่ายไปจะ up ขึ้น FB หรือเปล่า.........ซึ่งผมก็ปฏิเสธไปทันที เพราะผมจะ up ลง multiply 555+ ไอ อัพ ให้ ยู แล้วนะเพื่อนนิรนาม
ปล. จากภาพ "CLARASHOPPING" ที่สอนให้รู้ว่า "การตัดสินอะไรแต่เพียงภายนอก อาจทำให้คุณพลาดโอกาสในบางสิ่ง" จากภาพนี้ก็เช่นกันผมพลาดเอามาก ๆ และขอให้คำแนะนำที่คล้ายคลึงกันว่า "อย่าตัดสินอาหารเพียงแต่กลิ่น !!! หอมไม่ได้หมายความว่ามันจะอร่อย"
Pdmj14 [BLOG]
14 กุมภาพันธ์ 2010 ผมอยู่ห่างบ้านมากว่า 7 วันหรือ 1 สัปดาห์เต็ม ๆ ภาพนี้ถ่ายที่สวนสาธารณะในเมือง NANCY (อ่านว่า "น๊องซี่" อย่าอ่านว่า "แนนซี่" แบบผม 55+) ความตั้งใจแรกที่ฝ่าหิมะออกไปถ่ายรูปในวันนั้นคือ อยากได้ภาพโรแมนติก ในวันโรแมนติก ในประเทศที่ขึ้นชื่อว่าโรแมนติกที่สุดแห่งนึง แต่แล้วกลับต้องสะดุดกับภาพครอบครัว ครอบครัวนึง พ่อ แม่ ลูก ท่ามกลางความหนาวและหิมะ ในวันวาเลนไทน์ ผมชอบภาพนี้ ตั้งใจ(แอบ)ถ่ายอยู่นาน ผมอยากขอบคุณครอบครัว ครอบครัวนี้ พวกเค้าคงไม่มีวันรู้เลยว่า.........พวกเค้าทำให้ผมคิดถึงคนที่บ้านมากเพียง ใด..........ผมอยากบอกรักพ่อ แม่และน้องชายดัง ๆ ในวินาทีนั้น
Pdmj14 [BLOG]
อาหารสุดถูกในโรงอาหาร ของมหาวิทยาลัย ที่รุ่นพี่ที่ผมไปพักด้วยที่เมือง NANCY (ย้ำอีกครั้งว่าอ่านว่า "น๊องซี่") ร่ำเรียนปริญญาเอกอยู่ โรงอาหารที่นี่จะเปลี่ยนเมนูอาหารไปเรื่อย ๆ ในแต่ละวัน ซึ่งวันที่ผมไปกินนั้น เป็นอาหารโมรอคโค.........น้านนนนนนน เกิดมาเคยคิดจะกินไหมละอาหารโมรอคโคอะครับ...............ดูจากสภาพมัน เดาออกไหมว่ามันมีอะไรในนั้นมั่ง.......อืมผมก็เหมือนคุณดูไม่ออกหรอก รู้แค่ว่ามันเหมือนข้าวราดอะไรซักอย่าง..........ผมไม่บอกละกันว่ามันมีอะไร มั่ง แต่รสชาติดี (อย่างน้อยก็ดีกว่าไก่ของสองคู่หู) เรื่องรสชาติโอเคไม่เป็นปัญหา แต่ปัญหาที่พบคือ.........มันไม่มีช้อน.........งง ใช้ส่อมกินหรอ ครั้งแรกที่ใช้ส่อมกินข้าว..........เอาวะต้องลอง ผลปรากฏว่ากินไม่ทัน 5555 ข้าวเค้าไม่ได้เม็ดใหญ่เหมือนบ้านเราตักยากมาก ๆ .......................วันนั้นเลยกินแพ้ฝรั่ง........ซึ่งก็คิดในใจว่า ..........เมิงมากินช้อนแข่งกะกูมะ 5555+
Pdmj14 [BLOG]
สตราสบูร์ก เป็นเมืองหนึ่งในประเทศฝรั่งเศสที่มีกลิ่นไอ ของความเป็นเยอร์มันอยู่ เมืองนี้เป็นเมืองใหญ่เลยทีเดียวเมื่อดูจากจำนวนนักเดินทางด้วยรถไฟ ผู้คนจำนวนมากเดินทางมาที่นี่ด้วยวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย....บ้างกลับบ้าน บ้างมาเที่ยว บ้างมาต่อรถไฟเพื่อไปที่อื่น ต้องขอบอกว่าสถานีรถไฟที่นี่สวยมาก ๆ เป็นสถานที่ผสมผสานระหว่าง ความเก่าที่ดูแล้วคิดถึงกับความทันสมัยที่กำลังรอคอย..................ที่ ผมเขียนแบบนั้นก็พราะว่า สถานีรถไฟที่นี่เป็นสถานีเก่าที่สร้างโดมกระจกครอบเมื่อดูจากภายนอกก็จะพบ ว่าเป็น สถานีที่ทันสมัย แต่เมื่อเข้ามาภายในก็จะเห็นว่ามันยังคงความเก่าและเก็บเรื่องราวในอดีตได้ เป็นอย่างดี "อดีตเป็นเครื่องมือเพื่อผนักดันให้เกิดอนาคต" ผมเชื่อแบบนั้น
Pdmj14 [BLOG]
ภาพนี้ถ่ายเมื่อตอนที่ผมได้ไปเยี่ยม โบสถ์ในเมือง NANCY เมื่อเข้าไปถึงผมก็พบกับฝรั่งวัยกลางคนท่านนึง ที่เข้ามานั่งเงียบ ๆ เพียงลำพัง ลำแสงสาด ลอดผ่านหน้าต่างเหมือนในหนังยังไง ยังงั้น ผมไม่รู้ว่าพี่เค้ามีปัญหาอะไรหนักอกหรือเปล่า หรือแค่ต้องการเข้ามาหลบความหนาวในที่ที่เงียบสงบ ผมเห็นภาพนี้แล้วก็รู้สึกสงบตามพี่เค้าจริง ๆ ในเมื่อข้างนอกมันวุ่นวายบางครั้งมนุษย์เราก็ต้องการพื้นที่ เล็ก ๆ สำหรับการให้เวลากับตัวเอง สำหรับผมแล้วนั้นมักใช้เวลากับตัวเองในห้องนอน หน้าคอมพิวเตอร์ เหมือนเช่นที่กำลังนั่งจิ้มตัวหนังสือผ่านแป้นคีย์บอร์ด เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวที่คิดแต่งขึ้นมาเล่น ๆ จากภาพที่ได้ถ่ายมา ซึ่งขณะนี้เป็นเวลา 3 นาฬิกา 23 นาที ของเช้าวันที่ 10 มีนาคม.................มันช่างเงียบงสงบเสียจริง ๆ
Pdmj14 [BLOG]
ยูโรคือสกุลเงินที่ผมแลกเพื่อนำไปใช้ ในการเดินทางครั้งนี้..........ตอนไปใหม่ ๆ อะไร ๆ ก็ดูแพงไปซะหมดเพราะเราคิดคำนวณมูลค่าค่าเงินจาก "ยูโร" เป็น "บาท" อย่างเช่น โค้กขวดละ 2 ยูโร คิดง่าย ๆ ก็ 100 บาท โอวววว แม่เจ้า แพงคะโรตตตต ที่เซเว่นหน้าปากซอยยังแค่ 17 บาทเอง แต่เมื่ออยู่ไปได้ซักระยะนึง ผมกลับรู้สึกเฉย ๆ เพราะเลิกคิดมูลค่ากลับมาเป็นเงินบ้านเราแล้ว (จะคิดไปทำไมให้มันซ้ำใจ !!!) นับจากนั้นการใช้จ่ายก็คล่องตัวขึ้น เปรียบเทียบแค่ว่า อันนี้กับอันนี้อะไรถูกกว่ากันแค่นั้น เพราะของบางอย่างมันจำเป็นต้องใช้ จำเป็นต้องกิน..........ขืนมัวคิดกลับไปกลับมา ก็คงอดตายกันพอดี แต่ถึงแม้จะใช้เงินคล่องตัวขึ้นก็ตามก็ยังเหลือกลับมาที่เมืองไทยบ้างพอ สมควร ทำให้เกิดเรื่องซ้ำใจรอบสอง เพราะว่า ตอนแรกที่แลกไป 1 ยูโรเท่ากับ 47 บาท...............แต่พอกลับมามันเหลือ 43 บาท.........อยากจะร้องไห้ T^T
Pdmj14 [BLOG]
ตอนอยู่ที่นั้นผมได้มีโอกาสพบพี่สาวคน ไทยท่านนึง................เราได้นั่งคุยแลกเปลี่ยนทรรศนคติ กันอยู่บ้าง ซึ่งมีประโยคนึงที่พี่เค้าถามผมว่า........"ตั้งแต่มาถึงที่นี่ สังเกตุไหมว่า คนที่นี่เค้ายิ้มน้อย ไม่ค่อยยิ้มกับใคร"...............ซึ่งผมก็คิดในใจว่า เอ่อออ มันก็จริงของเค้า.............พี่เค้ายังเสริมต่ออีกว่า "พี่เป็นคนไทย มาจากประเทศที่ได้ชื่อว่ายิ้มสยาม แต่ตั้งแต่ที่พี่มาอยู่ที่นี่ ก็นานพอสมควร พี่คิดว่า พี่ยิ้มน้อยลง .........." อะไรกันที่ทำให้พี่เค้าคิดแบบนั้น เป็นเพราะสภาพแวดล้อมที่รอบล้อมไปด้วยผู้คนหน้าต่างบึ้งตึงหรือ .............ผมคิดว่านั้นเป็นไปได้ พี่เค้าไม่ใช่ฝรั่ง พี่เค้าเป็นคนไทย........ตราบใดที่ได้กลับบ้านเกิดเมืองนอน ผมเชื่อว่าพี่เค้าจะยิ้มได้อีกครั้ง.................ประเทศเรามีสิ่งที่ เงินตราหาซื้อไม่ได้อยู่มากมาย หนึ่งในนั้นคือรอยยิ้มจากใจ.............ทำไมเราไม่รักษามันไว้ .............เราควรภูมิใจในสิ่งที่เราเป็นไม่ใช่หรือ ?
Pdmj14 [BLOG]
อ่าน อ่าน อ่าน.............................ฝรั่งชอบอ่าน.........อ่าน แล้ว ทำให้ได้คิด............ทำให้ได้ใช้สมาธิ...........และ....ทำให้มีสติ ....................วันนั้นเป็นวันที่มีแดด เป็นวันที่ท้องฟ้าสวยงาม.......เป็นวันที่ผู้คนออกจากบ้านมาเดินตามท้องถนน ผมพบฝรั่งท่านนึง นั่งอ่านหนังสืออย่างใจจดใจจ่อ อยู่เพียงลำพังที่เก้าอี้ตัวนึงในสวนสาธารณะ ไม่มีท่าทีจะลุกไปไหนโดยง่าย นั่งอ่านหนังสืออาบแดด อย่างมีความสุข ผมไม่อาจทราบได้ว่าเค้าอ่านอะไรอยู่ อาจจะเป็นนิยาย อาจเป็นหนังสือวิชาการ หรืออาจจะเป็นหนังสืออะไรก็ตามแต่ ผมคิดว่าพี่เค้าเท่มาก..................มากจนทำให้ผมคิดถึงหนังสือที่ควร หยิบมาด้วย...........แต่ก็ไม่ได้หยิบมาเพราะกลัวว่ามันจะเป็นอุปสรรคของการ เดินทาง...........แต่ตอนนี้ผมกลับคิดถึงมัน.........ถ้าเอามันมาด้วย ผมคงได้นั่งเท่ ๆ อ่านมันในสวนสาธารณะแบบพี่เค้าก็เป็นได้ 555+
Pdmj14 [BLOG]
จักรยาน..........หลาย ๆ ท่านคงปั่นจักรยานเป็น.....แต่.....คุณเคยคิดจะปั่นจักรยานไปทำงานในกรุงเทพ ไหม...........ไม่ใช่ปั่นเพื่อไปขึ้น BTS แต่ปั่นจากที่บ้านไปถึงที่ทำงานหรือมหาลัย ซึ่งคงจะมีน้อยคนมาก ๆ ที่เคยทำเพราะอะไรหลาย ๆ อย่างไม่เอื้ออำนวย ถึงอยากทำแต่ก็ทำไม่ได้.........ที่นั้นผมเห็นผู้คนจำนวนมากปั่นจักรยาน ไม่ว่าจะปั่นไปทำงาน ไปเรียนหนังสือ ไปออกกำลังกาย หรือแม้กระทั่งปั่นไปจ่ายตลาด..................ที่ทำได้ เพราะ การอำนวยความสะดวกที่พบเห็นได้ทั่วไป ตามท้องถนนจะพบว่ามีจักรยานจอดเพื่อให้เช่าในหลาย ๆ จุดผมอยากให้บ้านเรามีแบบนี้บ้าง ไม่ต้องถึงกับปั่นไปทำงานหรือเรียนหนังสือหรอกครับ แค่ปั่นไปหน้าปากซอย หรือปั่นไปที่ใกล้ ๆ ที่ไม่ลำบากจนเกินไป อย่างน้อยก็ช่วยประหยัดพลังงาน และลดมลพิษลงได้บ้าง
Pdmj14 [BLOG]
ในภาพคือ โรงแรม 5 ดาว...............ใช่ครับ มันไม่ใช่โรงแรมหรู มันคือห้องธรรมดา ๆ ห้องนึง แต่ห้องนี้เปี่ยมไปด้วยมิตรภาพ.....น้ำใจและทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ผมต้องมาหวนคิดถึงเมื่อกลับมาถึงที่นี่แล้ว ห้องพักขนาดไม่ใหญ่ แต่ก็กว้างพอที่จะจุให้คนนอนได้อย่างสบาย ๆ 3 คน ห้องน้ำที่ไม่มีกลอนประตู.....เตาแก๊สกับที่ล้างจานขนาดเล็ก....หน้าต่างที่ เปิดแล้วเย็นกว่าแอร์ที่ไหนในประเทศไทย....ถุงนอนที่หนาไม่พอสำหรับความหนาว .........โชฟาต (chauffage) ขนาดเล็กที่ทำให้คอแห้งเกือบตาย โชฟาต (chauffage) ขนาดใหญ่สำหรับให้ความอุ่น และตากถุงเท้าและกางเกงในได้เป็นอย่างดี.......อินเตอร์เนทฟรีที่โหลด 4shared ได้เร็วโคตร ๆ ............ทีวีมือสองที่ทำให้ได้ดู UEFA CHAMPION LEAGUE ตอนสองทุ่มครึ่ง.................กับข้าวไทย ที่ทำให้คิดถึงเมืองไทย............. กับข้าวฝรั่ง ที่อร่อยและถูกกว่าร้านข้างถนน.............กับข้าวญี่ปุ่นที่ยังอุตส่ามี ให้กิน...............และสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมาย...........ที่นั้น ณ ห้อง 344
Pdmj14 [BLOG]
ลองชอม...................หลายท่าน รู้จักมันดี โดยเฉพาะท่านสุภาพสตรี กระเป๋าแบรนด์เนมที่กำลังฮิตกันอย่างมากในบ้านเรา...............ลูกเด็ก เล็กแดง ที่พอมีเงินจับจ่ายใช้สอย ที่อยากใช้ของแบรนด์เนมสามารถหาซื้อมาครอบครองในราคาที่พอเอื้อมถึงได้โดย ไม่ยาก...................ที่ประเทศเราราคาคงแพงน่าดู แต่ที่นั้นไม่แพงอย่างที่คิด ราคาถูกกว่าเกือบครึ่งได้...............ก่อนที่ผมจะไปที่นั้นมีคนรู้จักฝาก ซื้อ ไอ้กระเป๋ายี่ห้อนี้เหมือนกัน ซึ่งผมก็รับปากที่จะรับฝาก...................สิ่งที่ทุกคนพูดเป็นเสียง เดียวกันตอนฝากซื้อ............คงหนีไม่พ้น "ขอ made in france นะ"................อืมครับ พี่ ๆ เพื่อน ๆ น้อง ๆ ไปถึงฝรั่งเศสทั้งทีจะซื้อลองชอม made in china ได้อย่างไร.............เอ้าาาาาา อย่าคิดแบบนั้น...มันซื้อได้จริง ๆ นะครับ ทุกใบในรุ่นสุดฮิตที่เค้าฝากซื้อกัน เป็น "MADE IN CHINA" พิมตัวโต ๆ เห็นกันชัด ๆ ว่ามันมาจากจีนจริง ๆ ผมรื้อกระเป๋าเพื่อดู tag มันเกือบทุกใบ ทั้งที่ METZ และ LUXEMBOURG ก็ยังไม่เจอ made in france จนแล้วจนรอด ก็ได้รับข่าวสารว่าที่ NANCY มีร้านชื่อ GSELL มีของที่ผมต้องการ และแล้วก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ แต่่มันไม่ได้ made in france ทุกใบ ผมต้องเปิดไล่้ทีละใบเพื่อให้ได้มาครอบครอง สิ่งที่น่าประทับใจคือพนักงานขาย เค้าไม่มีทางทีรำคาญหรือหงุดหงิดเวลา เห็นไอ้ตี๋หนึ่งคน เปิดกระเป๋าแบรนด์เนมมันทุกใบเพื่อหา กระเป๋าที่ไม่ได้ผลิตมาจากประเทศบ้านเกิดมัน (555+ ที่นั้นเค้าคงเห็นผมเป็นคนจีนมากกว่าคนไทยอยู่แล้ว) พนักงานขายรับกระเป๋าทุกใบที่ผมเปิดแล้ว เพื่อไปพับเก็บ แล้ววางลงบนชั้นเหมือนเดิมอย่างเรียบร้อย ไม่มีเสียงบ่น ไม่มีใบหน้่าบึ้งตึง มีแต่รอยยิ้มที่ผมดูแล้วก็ เกรงใจ ผมแบกลองชอมกลับมาประเทศเราได้ประมาณ 10 กว่าใบ.................แต่อยากจะขอบอกว่า ที่เคยได้ยินมาว่าลองชอมเป็นกระเป๋าจ่ายตลาด อันนี้..........ขอบอกว่าจริง.........มองย้อนกลับมาบ้านเราผมเห็นวัยรุ่น ใช้กระเป๋าแบบนี้จนเป็นแฟชั่น ขอโทษทีครับแต่ ผมเห็นวัยรุ่นที่นั้นใช้กระเป๋าสะพายแบบ กระเป๋าใส่เสื้อผ้า ที่สารมาจากพลาสติก ลายสก๊อตแนวขวาง ที่เห็นทั่วไปตามสำเพ็ง และประตูน้ำ................แฟชั่นจำเป็นต้องแบรนด์เนมหรอ.............. แฟชั่นต้อง made in france หรอ................สิ่งที่เราทำคือ "ตามกระแส" หรือ "ตามแฟชั่น" กันแน่...........
Pdmj14 [BLOG]
วันสุดท้ายใน NANCY ผมอยู่ที่นั้นเป็นระยะเวลานานพอสมควรประมาณ 1 สัปดาห์ได้ คืนสุดท้าย ก่อนที่จะออกจากเมืองนี้เพื่อมุงหน้าสู่ปารีสอีกครั้ง ผมได้มีโอกาสพบกับเด็กนักเรียนไทยที่ไปศึกษาเล่าเรียนที่เมืองนี้ ในปาร์ตี้เล็ก ๆ ที่น้องๆ เค้าจัดขึ้นเพื่อเลี้ยงส่งเพื่อนนักเรียนคนไทย คนนึงที่ต้องกลับบ้านก่อน..........ปาร์ตี้กินข้าวที่เต็มไปด้วย รอยยิ้มแบบคนไทย เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ความโศกเศร้า และความคิดถึง..............ขอบคุณมิตรภาพระยะสั้นที่น่าจดจำ...........ขอบ คุณความช่วยเหลือที่ผมคิดว่าไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนแล้ว เมื่อเจอคนไทยด้วยกัน สิ่งที่คุณจะได้รับก็คือ "น้ำใจ" ที่ไม่เคยหายไปไหน........................ขอให้น้อง ๆ พี่ ๆ เพื่อน ๆ ทุกคนที่นั้น มีแต่ความสุขนะครับ
Pdmj14 [BLOG]
ย่าน "montmartre" ที่ว่านั้น เป็นย่านของศิลปิน..................เดินไปไหนมาไหน ก็จะมีแต่ศิลปิน เต็มไปหมด ภาพวาด ภาพเขียน อารมณ์เดียวกันกับศิลปากรบ้านเรา............นักวาดภาพเหมือนเต็มท้องถนน พร้อมใจกันแนะนำตัวและเสนอราคาเพื่อวาดภาพเหมือนของเราจากปลาย ดินสอและพู่กัน........ผมไม่มีเวลา (และเงิน) มากนักที่จะมานั่งอยู่เฉย ๆ ให้บรรดาพี่ ๆ ศิลปินเค้าวาดภาพเหมือนของผม.................ได้แต่เดินผ่านไปพร้อมรอยยิ้ม เชิงปฏิเสธ..............ระหว่างทางก็พบกับตู้ไปรษณีย์ ธรรมดา ๆ ตู้นึงที่ถูกเพ้นเต็มไปด้วยลวดลาย graffiti ที่่นี่ไม่ว่ามองไปทางไหน ก็จะพบเจอ การเพ้น graffiti เต็มไปหมด.......ไม่ว่าจะเป็นในรถไฟใต้ดิน กำแพงบนดิน หรือตามท้องถนนต่าง ๆ.........ผมคิดสองแง่.........หนึ่งคือมันสกปรก...........มันไม่เคารพสิ่ง สาธารณะ หรือสมบัติของชาติ..................สอง แต่ถ้ามองอีกมุมนึง ผมกลับคิดว่า มันคือศิลปะ มันคือการแสดงออกของ คนที่กล้าแสดงออก...................มันชัดเจน..................และมันทำ กันจริง...........ไม่มีกั๊ก.........บ้านเราแค่อยากจะออกไปถ่ายรูปตามสถาน ที่ที่แปลก ๆ ก็โดนห้าม โดนว่า การทำอะไรนอกกรอบก็โดนจับตามอง...มันช่างเป็นเรื่องน่าเสียดายถ้าหาก จะปิดกันจินตนาการ.................เพียงแค่ความแตกต่าง
Pdmj14 [BLOG]
1 ในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก...........ตั้งอยู่ข้างหน้าผม.........นึกถึง ฝรั่งเศสต้องนึกถึง........หอไอเฟล........ตอนก่อนไป ผมเคยเห็นมันแต่ในรูปถ่าย รูปวาด หรือภาพทางโทรทัศน์ ไม่เคยคิดจินตนาการว่ามันจะยิ่งใหญ่เพียงใดถึงได้รับการยกย่องให้เป็นสิ่ง มหัศจรรย์ของโลก แต่แล้วเมื่อผมได้ยืนประจันหน้่ากับมันเข้าจริง ๆ ผมรู้แล้วว่ามันคู่ควรได้รับเกียรตินั้น ........... มันยิ่งใหญ่ และสง่างาม การสร้างสิ่งนี้ต้องใช้ความพยายาม และความสามารถมากเพียงใด............มากขนาดไหนถึงทำได้...........บนโลกนี้ เห็นมีแต่เพียง "มนุษย์" เท่านั้นที่ทำได้.........มนุษย์เราสามารถสร้างสรรอะไรได้มากมายหลายอย่าง ........อยู่ที่ว่า จะเลือกทำให้มันดี หรือ ทำให้มันเลว........เท่านั้นเอง
Pdmj14 [BLOG]
คิว.........ผมต่อคิวอยู่ใต้หอไอเเฟล เพื่อเสียเงินจำนวนกว่า 13 ยูโร เพื่อโอกาสในการได้ขึ้นไปเหยียบย่ำ สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ผมเลือกที่จะขึ้นไปชั้นบนสุดนั้นคือชั้น 3 ไหน ๆ ก็มาแล้วนี่ จะให้ขึ้นไปแค่หัวบันได ได้อย่างไรกันเราต้องบุกให้ถึงห้องนอนเลยถึงจะคุ้มค่า 555+ ผมกับเพื่อนตั้งเป้าหมายว่า.............." วันนี้พวกเราต้องขึ้นไปฉี่บนหอไอเฟลให้จงได้ 555+" สู้ต่อไป PDMJ14
Pdmj14 [BLOG]
และแล้วหลังจากต่อคิวอยู่นาน ..........ก็ถึงเวลาอันเหมาะสมที่ผมจะได้ขึ้นไปเหยียบย่ำหอไอเฟลซะที ผมขึ้นลิฟท์มาสูงมาก ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มาก จนทำให้ผมกลัวความสูงขึ้นมากระทันหันหลังจากที่ไม่เคยกลัวเลย..........จะ ให้ไม่กลัวได้ยังไงละครับ ลิฟท์พี่แกเป็นกระจก สามารถมองเห็นโครงเสาของหอไอเฟลและ บรรยากาศรอบตัวได้อย่างชัดเจน.........ผมค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นไปจากชั้นล่างสู่ชั้นสอง ลงลิฟท์ที่ชั้นสองเพื่อต่อลิฟท์อีกตัวขึ้นชั้นสามเป้าหมายของเรา ............. และแล้วเราก็ถึงชั้นสาม............โอวววววววว สวย..............การมองปารีสในมุมสูงนี่มันสวยจริง ๆ บ้านเรือนที่นี่วางตัวเป็น บลอค ๆ อย่างชัดเจนสภาพโดยรอบเป็นตึก ตึก และ ตึก ดูเป็นระเบียบแต่ซับซ้อน.............ต้องขอบรรยายเหมือนเดิมเพราะดันทำภาพ ขาว-ดำ ว่าท้องฟ้าวันนั้นใส สวย และฟ้า.........มาก ๆ ถึงเมฆจะเยอะ แต่ไม่ทำให้ความสวยงามขอท้องฟ้าลดลงเลย ผมคิดว่าคุ้มค่าและคิดถูกแล้วที่ขึ้นมาบนนี้ในวันนั้น 13 ยูโร ไม่เสียดายเงินเลย................
Pdmj14 [BLOG]
เมื่อมีขาขึ้นก็ต้องมีขาลง............ ผมกำลังลงจากชั้นสามของหอไอเฟลสู่ชั้นสอง ภาพนี้ถ่ายขณะอยู่ในลิฟท์ที่ผมเล่าให้ฟังว่า.............ผมกลัวความสูงขึ้น มากระทันหัน.......เห็นไหมครับ มีสูงจริง ๆ มันใกล้ และชัดถึงเกือบทุกอณูพื้นผิวของโครงเหล็กเลย ผมชอบภาพนี้ ผมถ่ายมันโดยบังเอิญ ภาพโครงเหล็ก แม่น้ำเซน (SEINE) ตึก ยิ่งดูยิ่งคิดถึง
Pdmj14 [BLOG]
กล้อง..............อุปกรณ์ที่ นักท่องเที่ยวหลายท่านมีติดตัว อุปกรณ์สำหรับบันทึกความทรงจำ ช่วงเวลา และเรื่องราว ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต บนชั้นสองของหอไอเฟล ผมพบผู้คนถือกล้องดิจิตอลตัวใหญ่ ๆ แบบผมอยู่หลายคน...........แต่หนึ่งในนั้น ผมสะดุดเข้ากับ สุภาพสตรีท่านนึง...........ผู้หญิงตัวเล็ก ผมทอง สะพายกล้องสองตัว หนึ่งเป็นดิจิตอล สองเป็นฟิล์ม.....พร้อมกระเป๋าใบโต (กว่าของผม) เท่โคตร ๆ ครับ ผมมองและแอบถ่ายเธออยู่นาน มีฝรั่งหลายคู่มาขอให้เธอช่วยถ่ายรูปให้...............ซึ่งเธอก็ไม่มีท่าที ปฏิเสธแต่อย่างใด.............เธอคงจะชอบถ่ายรูปจริง ๆ และมีน้ำใจเหลือล้นที่จะแบ่งปันความสวยงามบนหอไอเฟลให้กับเพื่อนนักเดินทาง ท่านอื่น ๆ ผมอยากให้เธอถ่ายให้ผมมั่งจังติดอยู่ที่่ว่า ............. เธอคงใช้ canon ไม่เป็นผมว่านะ 55+
Pdmj14 [BLOG]
ของเก่า มีอายุ ย่อมเสื่อม และเสียหายเป็นเรื่องปกติ.............เฉกเช่นเดียวกับหอไอเฟล.........มัน ตั้งอยู่ตรงนั้นมานานแล้ว........มีคนเวียนขึ้น ๆ ลง ๆ มาไม่รุ้กี่ล้านคน ตากแดด ตากหิมะ ตากฝน ตากลม มา 100 กว่าปีแล้วววววว ต้องมีการบำรุงรักษากันบ้าง.................ขนาดไอเฟลมันยังต้องการคนดูแล ................นับประสาอะไรกับมนุษย์................วันนี้คุณดูแลตัวเอง แล้วหรือยัง ?
Pdmj14 [BLOG]
หลังจากออกจากหอไอเฟล ผมมุ่งหน้ากลับที่พักเพื่อเตรียมตัวออกมาถ่ายภาพ 4 จุดที่ได้วางไว้ในบรรยากาศกลางคืนนั้นคือ EIFFEL, Champ Elysee, Louvre และ Moulin Rouge ผมตัดสินใจกับเพื่อนว่าเราจะกลับที่พักโดยการนั่งรถเมล์ดูบ้างหลังจากเดิน ทางด้วยรถไฟใต้ดินมาโดยตลอด............การเดินทางด้วยรถเมล์มีข้อดีอย่าง นึงคือ เราได้เห็นวิวทิวทัศน์สองข้างทางระหว่างที่รถเคลื่อนผ่าน วันนั้นเหมือนผมได้นั่งรถนำเที่ยวทัวร์รอบเมืองงปารีส ถึงแม้จะไม่รอบก็ตาม แต่ก็พยายามเลือกสายที่ใช้เวลาเดินทางมาก ๆ ไกล ๆ อ้อม ๆ จะได้ใช้เวลาได้นาน ๆ บนรถ และแล้วก็ไม่ผิดหวัง รถวิ่งผ่านหลายสถานที่สำคัญ อย่าง Champ Elysee และ Place de la Concorde ถึงแม้จะไม่มีไกด์บรรยายเรื่องราวของสถานที่เหล่านั้น แต่ผมไม่ได้สนใจเรื่องความเป็นมาของมันซักเท่าไหร่ ผมหลงไหลในสถาปัตยกรรมมากกว่า เช่นเดียวกันกับภาพนี้ เป็นภาพของไอเฟลที่ถ่ายผ่าน กระจกรถเมล์ ในมุม มุมนึงของปารีส....ผมชอบภาพนี้มากแบบไร้เหตุผล
Pdmj14 [BLOG]
บางครั้งการถ่ายภาพมีความเสี่ยง ผมไม่เคยถ่ายภาพ Landscape ในตอนกลางคืนมาก่อน เรื่องทฤษฏีนั้นพอจะมีความรู้อยู่บ้าง แต่เรื่องปฏิบัตินั้นว่างเปล่า คืนนั้นผมอยากลองอะไรที่ไม่เคยทำ อย่างที่บอกผมตะเวนออกถ่ายภาพ 4 จุดในปารีสยามค่ำคืน และจุดที่ผมเสี่ยงตายมากที่สุดในบรรดา 4 จุดนั้นคือ Champ Elysee การถ่าย Champ Elysee ในแนวระนาบ มันต้องยืนให้กล้องเราหันหน้าชนกับมัน ซึ่งมันต้องยืนกลางถนน !!!! เกาะกลางถนน ที่มีเพียงแค่เส้นจราจรขนาดกว้างมาก..........ไม่ถึง 1 เมตร เป็นพื้นที่ส่วนตัวที่ผมจะยืนประจันหน้ากับประตูชัยแห่งนี้ยิ่งเดินเข้าไป ใกล้ พื้นที่ยิ่งแคบ ผมพยายามเดินเข้าไปใกล้ที่สุดเท่าที่จะสามารถยืนอยู่ตรงนั้นได้ ขาตั้งกล้องพร้อม shutter speed 20 วินาที f9 iso 100 ทุกอย่างพร้อมลงมือถ่ายได้.......................หลังจากนั้นก็รอ ยืนรอกลางถนน หนาว....ลมแรง เพราะรถวิ่งสวนไปมาตลอด ระหว่างถ่ายมีฝรั่งเปิดกระจกรถลง และพยายามโบกมือ เพื่อให้ติดในเฟรมผม ผมก็ได้แต่ยิ้ม และยืนหนาวอยู่แบบนั้น ม่านซัตเตอร์ปิดลง แต่ยังดูรูป preview ไม่ได้ต้องรอประมวลปลอีกกว่า 20 วินาที สรุปว่าภาพนี้............OVER มาก ๆ 55555 ทำไงได้ต้องถ่ายใหม่ซินะ ผมไม่ได้เอารูปที่ดีที่สุดมาลง แต่รูปนี้เป็นรูปแรกที่ถ่ายได้ ผมว่ามันเป็นการเริ่มต้นที่ดี..............อย่างน้อยมันก็ช่วยเตือนทำให้ เรารู้ว่า เรายังต้องปรับปรุงอะไรอีกมากมาย.............
Pdmj14 [BLOG]
1 ในที่ที่ผมอยากไปมากที่สุดในการเดินทางครั้งนี้ พิพิธภัณฑ์ลูฟ..............พิพิธภัณฑ์ ที่เก็บ สุดยอดงานศิลป์จากทั่วทุกมุมโลก.............ผมแวะไปเยี่ยมลูฟในตอนกลางคืน ซึ่งเป็นที่สุดท้ายในค่ำคืนนั้น เพื่อถ่ายรูป ในบรรยากาศที่แตกต่างออกไป ผมแวะมาซะดึกประมาณ 4 ทุ่มเกือบ 5 ทุ่มได้ แน่นอนมันปิดแล้ว แต่ยังเปิดไฟสว่างไสว ตอนรับผู้คนที่แวะมายามวิกาลแบบผม ผมใช้เวลาอยู่ที่นี่นานที่สุด ในบรรดา 4 จุดที่ผมได้ไปมา เดินถ่ายรูปไปเรื่อย อย่างไร้มุมมอง คือถ่ายแบบไม่คิดเลย ถ่ายแหลก ถ่ายลูกเดียวว่างั้น (เพราะไม่ต้องไปยื่นเสี่ยงตายกลางถนนเหมือน Champ Elysee) หลังจากถ่ายรูปจนสะใจก็โบกมือลาลูฟ แค่เพียงชั่วคราว เพราะเช้าวันรุ่งขึ้นผมจะกลับมาเพื่อเข้าไปทำความรู้จัก พิพิธภัณฑ์ แห่งนี้อีกครั้ง
Pdmj14 [BLOG]
ผมมาช้า................กว่าผมจะ เคลื่อนย้ายมวลร่างกายมาถึงลูฟก็ปาเขาไปจะบ่าย 2 โมงแล้ว ค่าเข้าที่นี่ประมาณ 9.5 ยูโรโดยประมาณ แน่นอนผมไม่ลังเลที่จะจ่ายเลย ........... เพราะอยากเข้าไปสัมผัสที่นี่มาก ๆ ลูฟแบ่งเป็น 4 ชั้นคือ -1 0 1 2 ตามลำดับ แต่ละชั้นแบ่งซ้ายขวา เป็นเหมือนปีก วันนั้นผู้คนที่เข้าชมผมว่าไม่มากเท่าไหร่ หรืออาจเพราะขนาดที่ใหญ่มากของลูฟจึงทำให้ดูคนน้อยกว่าที่ผมจินตนาการไว้ ระหว่างที่อยู่ในนั้นผมตื่นตาตื่นใจกับภาพวาด งานศิลปะที่สวยงาม...............มาก ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มาก ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มากๆ มาก มากจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นงานฝีมือมนุษย์ ภาพวาดที่มีทั้ง อารมณ์ แสง เงา สี ที่สวยงามหลาย ๆ ภาพที่แขวนโชว์อยู่ที่ฝาผนัง ผมมองดูภาพเหล่านั้นอย่างเพลิดเพลิน จนแล้วก็มาหยุดนิ่งอยู่ที่ภาพที่คุ้นตา......MONA LISA คุณโม๊นา...........ครึ่งตัวจริง ๆ ผมเดินวนรอบเพื่อทดสอบสิ่งที่เคยรู้มาว่า คุณโม๊นา จะมองเราจากทุกมุม ซึ่งมันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ แต่ความรู้สึกสวยงามในตัวคุณโม๊นา ผมกลับรู้สึกเฉย ๆ ทำไมกัน................MONA LISA ที่เห็นอยู่ตรงหน้า ไม่ได้ยิ่งใหญ่กว่าในสมุดวาดเขียนแม้แต่น้อย ไม่ใช่ว่ามันไม่สวยงาม มันสวยงาม แต่มันไม่ดึงดูด เหมือนภาพอื่น ๆ อาจเป็นเพราะเราคุ้นตากับเธอมานานแล้ว นานก่อนจะเดินทางมาหาเธอที่บ้านซะอีก.............น่าเสียดายที่ผมรู้สึกแบบ นั้น ผมสงสารคุณโม๊นาจริง ๆ คุณคงมีฝาแฝดเต็มอินเตอร์เนทไปหมด............ทำให้คนโง่อย่างผมผิดหวัง เมื่อได้พบคุณ
ปล. แนะนำให้ไปแต่เช้า เดินอย่างน้อย 2 วันเพราะมัน น่าเดินจริง ๆ สำหรับที่นี่
Pdmj14 [BLOG]
เจ้าหน้าที่ในพิพิธภัณฑ์ลูฟ มีอยู่เต็มไปหมด....................ก่อนเข้าไปที่นี่ มีป้ายเตือนนักท่องเที่ยวให้ปฏิบัติตนด้วยความเหมาะสม และช่วยกันรักษางานศิลปะด้วยการถ่ายภาพโดยไม่ใช่ flash เรื่องนั้นผมทราบอยู่ก่อนแล้ว และเต็มใจเป็นอย่างยิ่งที่จะปฏิบัติตาม และผมคิดว่าฝรั่งเค้าก็น่าจะทำกัน แต่เมื่อเอาเข้าจริง ๆ ไม่เห็นมีฝรั่งคนไหนทำเลย flash ถูกยิงจากทุกสารทิศ โหมกระหน่ำสู่งานศิลปะ อย่างกับตากล้องรุมยิง flash ใส่ pretty ในงาน motor show บ้านเรายังไงยังงั้น และที่แปลกคือบรรดาเจ้าหน้าที่ ไม่เห็นเค้ามีท่าทีจะว่าหรือตักเตือนแต่อย่างใด ผมคิดไปหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือ หรือว่ามันไม่ใช่ของจริงวะ 555+ ซึ่งก็อาจเป็นไปได้ สองคือเค้าอาจจะไม่ว่าหรอก ให้คิดเอาเองเป็นจิตสำนึกที่ทุกคนควรมีและพึงกระทำ...................ควร รู้ว่าตัวเองอยู่ ณ จุดไหน ควรทำตัวอย่างไร ควรรักษาและเคารพในสมบัติส่วนรวมของคนทั้งโลกไหม..........หรือทำเพียงเพราะ ความพึงพอใจส่วนตัว.............จริงไหมครับพี่แดง พี่เหลือง พี่น้ำเงิน พี่ขาว พี่ดำ พี่เทา ทั้งหลาย
Pdmj14 [BLOG]
เทียน ผมเจอเทียนเต็มไปหมดเวลาเข้าโบสถ์ แต่เทียนในภาพนี้เป็นเทียนจาก มหาวิหาร "Notre Dame" มหาวิหารที่ผมรู้จักจากการ์ตูนเรื่อง "คนค่อมแห่งนอเทรอดาม" (The Hunchback of Notre Dame) ในตอนแรกด้วยความโง่ของผม ผมคิดว่ามันอยู่ที่ฮอลแลนด์ซะอีก 555 แต่เปล่าเลยมันตั้งอยู่ที่ปารีส ข้างหน้ามหาวิหาร มีผู้คนจำนวนมากมานั่งเล่นในวันที่ฟ้าเป็นสีเทาสุด ๆ หน้าวิหารนอกจากคน แล้วก็ยังเต็มไปด้วยนก นก นก นก และ นก เต็มไปหมด ได้อารมณ์และบรรยากาศมาก ๆ ภายในวิหารสวยงามมืด แต่เปี่ยมไปด้วยความขลังและศรัทธา ผมเห็นผู้คนจำนวนมาก นำเทียนมาตั้งไว้ในตำแหน่งนี้เรียงกันอย่างสวยงามพร้อมอธิษฐานบางสิ่ง บางอย่าง...........ไม่ต่างจากบ้านเราเลยที่คนจำนวนมากเวลามองหาที่พึ่งทาง ใจ ย่อมต้องเข้าวัด มองหาที่สงบ ปลีกตัวออกจากความวุ่นวาย ทำไมกันทั้งที่คนในมหาวิหารแห่งนั้นก็มีจำนวนมาก แต่ผมกลับรู้สึกสงบอย่างบอกไม่ถูก
Pdmj14 [BLOG]
รูปเดียวที่รวบรวมความกล้า ยกกล้องออกจากกระเป๋า เพื่อถ่าย สถานีรถไฟใต้ดิน..............มีคนเตือนผมว่า ที่เมโทร นั้นอันตราย ยิ่งถือกล้องหรือของมีค่าก็ยิ่งอันตราย คำพูดนั้นมันฝังอยู่ในหัวผม จนผมไม่กล้าจะยกกล้องออกมาถ่าย แต่ก็น่าเสียดายถ้าไม่ได้เก็บบันทึกความทรงจำเกี่ยวกับมัน..........ไหน ๆ ก็ใกล้เวลาที่จะโบกมือลาประเทศนี้แล้ว ขอซักหน่อย รีบถ่าย รีบเก็บก็ได้ .........................ภาพนี้จึงไม่มีการจัดวางองค์ประกอบใด ขอแค่ให้ได้ถ่ายพอ........เป็นใช้ได้
Pdmj14 [BLOG]
มันคือ ชื่อสนามบิน ไม่ใช่ชื่อของชายที่อยู่ในภาพแต่อย่างใด ดินผืนแรกที่ฝรั่งเศสที่ผมได้เหยียบเมื่อมาถึงที่นี่ และกำลังจะเป็นผืนสุดท้ายที่ผมกำลังจะจากไป ระหว่างทางที่กำลังจะขึ้นบันไดเลื่อน ไปขึ้นเครื่องนั้นเอง ผมพบกับกัปตันสายการบินหนึ่ง............เข้ายิ้มให้ผม เมื่อเห็นผมกำลังถ่ายภาพสนามบินอย่างขมักเขม้น ผมเลยขอเค้าถ่ายรูปมาใบนึง บอกตามตรง ผมอิจฉาเค้า ไม่ใช่ด้วยจำนวนของเงินเดือนที่เค้าได้ แต่เป็นความสุขที่ได้ทำงานในการเดินทางไปในหลากหลายประเทศ .............. การเดินทางครั้งนี้ของผมกำลังจะจบลง ผมขึ้นเครื่อง โบกมือลาปารีส โบกมือลา "ผืนดินผืนแรก" ที่นั้น "ชาร์ล เดอ โกล" ซักวันเราจะพบกันใหม่
Pdmj14 [BLOG]
หลังจากโบกมือลาฝรั่งเศสได้ไม่นาน ประมาณ 6 ชม. ผมต้องมาต่อเครื่องที่โดฮา ประเทศกาตาร์ ด้วยสายการบินเดิมคือ QATAR AIRWAYS ผมต้องใช้เวลาอยู่ที่นี่ในสนามบินที่โดฮาประมาณ 8 ชม. โอวววว 8 ชม. จะทำอะไรวะ ............ สิ่งแรกที่คิดได้คือ หาอะไรกินก่อนละกัน ที่นั้นมี food court เล็ก ๆ เปิดบริการ 24 ชม.คอยบริหารนักเดินทางมีทั้งของคาวและของหวาน หน้าตาพนักงานขายละม้ายคล้ายคลึงคนบ้านเรา ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับเค้าบ้าง ทราบว่าส่วนมากเป็นคน "ฟิลิปปินส์" ที่มาทำงานที่นี่ เรื่องการซื้อขายไม่ใช่ปัญหาเราสื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษ เรื่องเงินก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะเค้าบอกว่าเค้ารับทุกสกุลเงิน เงินบาทก็รับนะครับบบบจะบอกให้ แต่ถ้าซื้อเป็นดอลล่าร์ หรือสกุลเงินเค้าจะได้ราคาถูกกว่าเพราะผมลองมาแล้ว ไก่ทอด 8 ชิ้นเล็ก ๆ ราคา 485 บาท ถ้าจ่ายเป็นเงินไทย แต่จะราคา 6.5 ยูโร ถ้าจ่ายเป็นยูโร นั้นไงต่างกันตั้งเยอะเห็นมะ หลังจากรับประทานอาหารมื้อโคตรค่ำเสร็จ เวลาประมาณตี 1 ครึ่ง ของที่นั้น จะทำอะไรดี นั่งรอนอนรอจนกว่าพระอาทิตย์จะขึ้น ก็แล้วกัน ผมนั่งรอคุณพระอาทิตย์ให้รีบตื่นมาทำงานแบบใจจะขาด เวลาผ่านไปอย่างช้า ๆ แอบหลับบ้างแต่ก็กังวลเรื่องกระเป๋า เพราะมีของฝากซื้อราคามหาศาลอยู่ในนั้น จนแล้วจนรอดเวลาตี 5 นิดๆ ผมก็เดินไปล้างหน้าแปรงฟันและหาข้าวเช้ากิน เพื่อเตรียมตัวกลับประเทศ ความรู้สึกในตอนนั้นคือ ทั้งเหนื่อย ทั้งล้า ทั้งคิดถึงบ้าน ปนๆ กับความคิดถึงที่ที่จากมา และแล้วพระอาทิตย์ก็ตื่นมาทำงาน ผมใกล้ได้กลับบ้าน นั้นแสดงว่าผมจะห่างไกลจากที่ที่ผมจากมามากขึ้นอีกแล้วหรือเนี่ย
Pdmj14 [BLOG]
ผมใช้เวลาเดินทางอีก 5 ชม. นิด ๆ เพื่อเดินทางจาก โดฮา มุ่งสู่สุวรรณภูมิ.....................การเดินทางของผมจบลงเมื่อเท้าผม สัมผัสแผ่นเดินบ้านเกิดเมื่อเวลา 18.29 นาทีของวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2553 การเดินทางครั้งนี้สอนอะไรผมหลายอย่าง .......... ผมคิดว่าผมโตขึ้น ..............ผมมองอะไรเปลี่ยนไปไม่มากก็น้อย ผมขอขอบคุณ ทุกสิ่งทุกอย่างที่นั้น......ทั้งเรื่องดีและไม่ดี........ขอบคุณอุณหภูมิ -6 ที่ทำให้รู้ว่าหนาวโคตร ๆ เป็นยังไง ...............ขอบคุณฟ้าใส ๆ ในวันที่ขึ้นหอไอเฟล.................ขอบคุณนุชที่จัดการทุกอย่างได้เป็น อย่างดี..........และขอโทษที่ทำตัวไร้สาระบ้างในบางเวลาอยู่ที่นั้นผมรู้ว่า คุณเหนื่อย ขอโทษนะครับ ขอบคุณเพื่อนเมย์ เพื่อนเจ พี่พัด พี่แนน น้องโจ น้องนิว และน้อง ๆ พี่ ๆ คนไทยที่นั้นทุกคนสำหรับมิตรภาพ น้ำใจ และความช่วยเหลืออย่างเต็มใจ..........ขอบคุณพ่อ แม่ น้องชาย พี่ ๆ เพื่อน ๆ น้อง ๆ ที่เมืองไทย ที่ทำให้ผมรู้สึกคิดถึงพวกคุณทุกครั้งเมื่อเจอเรื่องดีดี และแย่ ๆที่นั้น...............ขอบคุณพี่คนไทยที่บังเอิญเจอที่ LUXEMBOURG ที่พี่ช่วยเรื่องตั๋วรถไฟนะครับ...........ขอบคุณพี่คนเวียดที่ร้าน Quick สำหรับมิตรภาพ และ french fried จำนวนมหาศาล.........ขอบคุณพนักงานร้าน GSELL สำหรับบริการที่เป็นเลิศ..............ขอบคุณพนักงานขาย Balenciaga สำหรับความน่ารักที่มี.......ขอบคุณร้านอาหารหน้า GARE du NORD สำหรับมื้ออาหารที่พี่ลืมคิดเงินค่าน้ำ..........ขอบคุณพนักงานเสิร์ฟ ในทุก ๆ ร้านที่ปารีส พวกคุณทำงานได้ตามมาตรฐานและเป็นมิตรสำหรับคนต่างชาติอย่างผมจริง ๆ ขอบคุณพี่ ๆ คนไทยที่บังเอิญเจอบนเครื่องตอนขาไป ขอให้พี่เที่ยวฝรั่งเศสและสเปนอย่างมีความสุขนะครับ...................ขอบ คุณป้าที่ BASEL ที่ผมลุกให้ป้านั่งและป้าตอบแทนน้ำใจผมด้วยรอยยิ้มที่ผมไม่มีวันลืม .................... .ขอบคุณสายการบินกาตาร์ที่เสิร์ฟอาหารแบบไม่มีกั๊ก กินกันจนเบื่อเครื่องเทศ....................ขอบคุณหนังสือของพี่นิ้วกลม ถ้าผมไม่ได้อ่านหนงสือพี่ ผมคงตัดสินใจไม่เดินทางไปในครั้งนี้..................ขอบคุณเพลง "ความรัก" ของ BODYSLAM ที่ออกมาในช่วงที่ผมอยู่ที่นั้นด้วยความโง่เรื่อง ipod ของผมทำให้ผมฟังเพลงพี่ได้แค่เพลงเดียว.................ขอบคุณ 40D, EF 50 f1.8, SIGMA 10-20, EF 70-200 f4, EX 580 II ที่ช่วยบันทึกการเดินทางครั้งนี้..................ขอบคุณ ขา ทั้งสองข้าง ขอบคุณมือทั้งสองมือ ของคุณทุก ๆ อวัยวะของผมที่ไปต่อสู้ ตรากตร่ำ ทนร้อนทนหนาวด้วยกันที่นั้น.............สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ..........โลก ที่ยังมีอะไรอีกมากให้เราออกไปคนหา..........ขอบคุณครับ
PDMJ14
Pdmj14 [BLOG]
สุดๆ ครับชอบโทนภาพ และมุมมองด้วย
เรื่องราวการผจญภัยก็เป็นประสบการณ์ที่ล้นเหลือด้วยครับ...............
The One [BLOG]
ขอบคุณเรื่องราวดีๆครับ
nanfah
อ่านแล้วก็เพลิน + ภาพประกอบสวย (มาก) ครับรออ่าน diary ของคุณ Pdmj14 อีกนะครับ
tontygammy [BLOG]
ยังสงสัยเหมือนกันว่าทำไมบ้านเราไม่ค่อยอนุญาติให้ถ่ายรูปอะไรเลย แม้ในจตุจักร บางร้านบอกว่าไม่อยากให้ถ่ายเอาไปเผยแพร่เพราะกลัวโดนก๊อบ.....บางทีอยากจะบอกเค้าว่าไอ้ที่คุณขายอยู่เนี้ยก็ก๊อบเค้ามานะ...ข้ารู้...ข้าเห็น
:India [BLOG]
ภาพ เรื่องราว และประสบการณ์ ยอดเยี่ยมมากครับ สมกับความตั้งใจจริงๆ ครับผม
DSLR-Youngster [BLOG]
analog
love the story
. . . .
ทุกครั้งที่ได้ไปไหนไกลๆ แบบนี้ เมื่อกลับมา แล้วได้ถ่ายถอดอะไรแบบนี้
เป็นปลื้มแทนครับ ผมพอเข้าใจว่ารู้สึกยังไง คงเหมือนกันบ้างไม่มากก็น้อย
นานแล้วที่ผมไมไ่ด้ไป ตปท ไกลๆ พอได้มาอ่านที่กระทู้นี้ รู้สึกเหมือนได้เติมเชื้อไฟครับ
แม้ว่าทรปิที่ผมกำลังจะได้ไปในอีกไม่กี่วันข้างหน้า จะอยู่ไกลไม่เกิน 1000km จาก กทม
แต่ถ้ากลับมา ผมตั้งใจจะมาบอกเล่่าให้คนที่มาอ่าน ได้รู้สึกเหมือนถูกเติมไฟแบบไม่รู้ตัวแบบนี้มั่ง
moddy
penquin998
wineak : ไปเที่ยวอย่างเดียวครับบบผม
Pdmj14 [BLOG]
อ่านจบแล้วทำให้นึกถึงเพลง sea scape ของ scrubb
โทนภาพสวยจับใจครับ
คำพูดโดนใจหลายคำด้วยครับ
ให้ ห้าดาวเลยกระทู้นี้
hang [BLOG]
ป.ล. (จากภาพหอไอเฟล) ชั้นสามบ้านเค้า(หมายถึงที่ ฝรั่งเศษ)สูงกว่าชั้นสามบ้านเราเยอะเลยเนาะครับเนาะ
เปรี้ยวปากไม่อยากจะบอก [BLOG]
เล่าก็สนุก ลูกเล่นก็น่ารัก สาระและมุมมองก็ดี ภาษาก็งดงามไม่แพ้ภาพเลย
รักเลยครับกระทุ้นี้
PhotoQuaffer [BLOG]
สนับสนุนกระทู้แบบนี้จริงๆ ครับผม
รูปภาพที่ถ่ายแนวนี้และการวางสถานที่ copyright ต่างๆ ทำให้นึกถึง
log in name ชื่อ PARIS มาทันทีเลยครับ
aunpoon
Mr.สันขวาน [BLOG]
eumhing
ปล. อยากไปลูฟซักครั้งเหมือนกันครับ.
excel [BLOG]
ภาพสวย เล่าเรื่องสนุกจริงๆ
plynoi










































เฮ๊ยน้ำตาไหลเจ๋งมากๆเลยคับ
กาตาร์ แอร์เวย์คือสายการบินแรกในชีวิตผม ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยขึ้นเครื่องบินเลยซักครั้งเดียว ต้องขอบอกว่าตื่นเต้นมากมาย..........เหมือนเด็ก 3 ขวบที่พึ่งเข้าอนุบาล 555+ ก็เว่อร์ไปนั้น ที่จริงแล้วที่เลือกสายการบินนี้เพราะว่าราคาค่อนข้างถูกแต่ก็กังวลว่าคงจะ ต้องมีแขก อาหรับ หรือพี่ๆตะวันออกกลางเต็มเครื่อง ซึ่งแน่นอนกลิ่นตัวพี่แกย่อมไม่ธรรมดา แต่เอาเข้าจริง ๆ ก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด สายการบินก็บริการดี...... ขึ้นลงนุ่มมากมาย และนี่คือภาพถ่ายแรกของการเดินทางทริปนี้ของผม บรรยากาศปีกเครื่องบินที่ใคร ๆ ก็ถ่ายกัน....บนเทือกเขาเอลฟ์ เนื่องจากดันทำเป็นภาพขาวดำ เลยขอบรรยายต่อว่าทีจริงแล้วแสงด้านขวาคือพระอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า ......และเป็นครั้งแรกทีได้บอกลาพระอาทิตย์ใกล้ขนาดนี้
Pdmj14 12.03.10 : 21:45 [BLOG]